วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เรื่องแปลกๆของผู้หญิง 8 ประเทศ




มาดูซิว่าจะแปลกซักแค่ไหน



ผู้หญิงคูเวต


สาวไหนแต่งงาน จะได้เงินสดเป็นของขวัญจากกษัตริย์ เพราะว่ากษัตริย์ของคูเวตรวยมากจนไม่รู้จะใช้ยังไงโดยจะมอบเงินให้แก่คู่สมรสใหม่

ทุกคู่ด้วยเงิน 12,000ดอลลาร์เป็นของขวัญ



ผู้หญิงฝรั่งเศส


พวกเธอลาพักร้อนได้ 5 อาทิตย์ต่อปี แถมพวกเธอ

ยังได้ทำงานเพียง 35 ชั่วโมงต่อ 1อาทิตย์เท่านั้น



ผู้หญิงบราซิล


พวกเธอเห็นว่าการที่มีหุ่นดี สำคัญกว่าการแต่งงาน

และทุ่มเงินไปกับการดูแลหุ่นให้สวยเนี๊ย



ผู้หญิงคิวบา


พวกเธอมีสถิติการทำแท้งประมาณ 4 ครั้งก่อนอายุ

30 ประเทศนี้มีเปอร์เซนต์การหย่าร้างมากถึง 70% แถมที่ประเทศนี้มีการทำแท้งได้ฟรีอีก

ด้วย!! (ไม่น่ามีเลย บาปกรรมจิงๆ)



ผู้หญิงแม็กซิโก


พวกเธอช๊อปปิ้ง 2 ชั่วโมงทุกครั้งที่พักกลางวันผู้หญิงที่นี่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พวกเธอจะเข้าร้านเสริมสวยกันเป็นว่าเล่น ชอบการ

สังสรรค์ และไปช๊อปปิ้งระหว่างพักกลางวัน 2 ชั่วโมง




ผู้หญิงอิรัก


เกือบทุกคนที่ใช้ปืนเป็น (เราไม่ได้หมายถึงปืนสั้นอันเล็ก ๆแต่เป็นปืนกลขนาดใหญ่ต่างหากล่ะ)



ผู้หญิงบังกลาเทศ


เธอจะถูกสาดด้วยน้ำกรด ถ้าเธอปฏิเสธผู้ชาย ในหนึ่งปีมีการแจ้งความถึงการถูกสาดน้ำกรดมากถึง 180-200รายเมื่อพวกเธอปฏิเสธที่จะร่วม

รักด้วย เขาจะแก้แค้นด้วยการสาดน้ำกรดเพื่อให้เธอเสียโฉม (แหมทำไปได้)




ผู้หญิงจอร์แดน


ถูกฆ่าจากครอบครัวตัวเองถ้าสงสัยว่ามีชู้ ทุกปีผู้หญิงจอร์แดนประมาณ 25 คนจะถูกฆ่าตายโดยพี่ชาย น้องชาย พ่อของตัวเองเหตุผลก็เพราะ

ว่าสงสัยว่าเธอจะมีชู้กับชายอื่นที่ไม่ได้แต่งงานด้วยจึงถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับพวกผู้ชายในครอบครัว


แรงไปมั๊ยเนี่ย

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร



ชื่อ ศักดิ์สิทธิ์  นามสกุล เวชสุภาพร

ชื่อเล่น : โต๋

วันเกิด : 20/01/1984  

ส่วนสูง : 173



:: ประวัติย่อ ::




โต๋เป็นทายาทลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นของหัวหน้าวง Grand Ex' ที่เคยโด่งดังมากในอดีตอย่างคุณพ่อนคร

เวชสุภาพร กับคุณแม่ธนภรณ์ เวชสุภาพร มีน้องชายหนึ่งคนชื่อ พรรศักดิ์ เวชุภาพร หรือ เต๋ การศึกษา

ของโต๋นั้น โต๋เป็นเด็กที่เรียนดีมากมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเขาได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง

สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)


และทางด้านการเล่นเปียโนที่เขาโดดเด่นนั้น เขาเริ่มจับเปียโนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ โดยปัจจุบันโต๋เล่น

เปียโนเป็นประจำอยู่ที่โบสถ์อภิสุทธิสถาน แถมยังสอบเทียบระดับ Grade 6 ของ Trinity Collage of

London และได้รับรางวัล Trinity Awards Thailand 1999 & Exhibition Awards



รางวัลที่ได้รับ :

- ชนะเลิศ Talent Show ประเภท Instrumental vocal group และ Male vocal solo

- ABAC’s Music Contest year 2002

1st Prize Acoustic Category

1st Prize Band Category

Best Keyboard of the Year

- ได้ เกียรตินิยม President's Certificate จากเกรดการเรียนสูง



ผลงานที่ผ่านมา :

- เพลงประกอบละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน, ใยเสน่หา, พระจันทร์แสนกล และ พ่อตัวจริงของแท้

- ร่วมเวทีคอนเสิร์ตกับนักเปียโนระดับโลก "ริชาร์ด เคล์เดอมอง

- หนึ่งในศิลปินวง B5 อัลบั้ม "Event"

- อัลบั้ม "Tor+ Vejsupaporn Plays the Boyd Kosiyapong Songbook"

- อัลบั้มเดี่ยวเปียโนชุด Piano & I

- โปรดิวซ์เพลง "บทเพลงในสายลม" และ "เสียงในใจ" อัลบั้ม Dangerous Tata ของทาทา ยัง



ผลงานปัจจุบัน :

- อัลบั้มเดี่ยว "Tor+ Living in C Major" อัลบั้มแรกที่เราได้เห็นความสามารถทั้งในด้านการร้องเพลง แต่ง

เนื้อร้อง ทำนอง และการเป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้มนี้เอง ทำให้เพลง "รักเธอ ซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้ได้รับ

ความนิยมจนติดชาร์ต 1 ใน 5 อันดับเพลงยอดนิยมของคลื่นวิทยุถึง 7 คลื่น และเป็นอัลบั้มขายดีที่สุด

ของร้าน B2S และ Imagine ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2550



กิจกรรมเพื่อสังคม :

- โครงการดนตรีบำบัดเด็กป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย โรงพยาบาลพระศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เมื่อ

ปี 2548 โต๋และครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดขอนแก่น และได้ไปเยี่ยมแฟนคลับของคุณพ่อที่

เป็นแพทย์ในโรงพยาบาล จึงได้ทราบว่ามีน้องๆ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้ายจำนวนมากที่ขาด

แคลนทุนทรัพย์ในการรักษา โต๋จึงอยากจะช่วยน้องๆ เหล่านั้น ด้วยการจัดคอนเสิร์ตการกุศลหารายได้

ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษา

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

มารู้จัก "หอไอเฟล" กันเถอะ



ตลอดหลายยุคสมัย ผู้คนได้ท้ายทายข้อจำกัดทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม เพื่อความพยายามที่จะได้ใกล้คิดกับพระเจ้ามากขึ้น มีบางกลุ่มพยายามหาประโยชน์ใช้สอยจากหอคอยในการทำเสาอากาศ ภัตตาคาร แต่สิ่งดึงดูดใจที่แท้จริงกลับมาจากความคิดที่บริสุทธิ์มากกว่านั้น



หอคอยเป็นสิ่งที่แสดงถึงความทะเยอทยานของมนุษย์ และหอคอยที่โลกรักมากที่สุดคือ หอไอเฟล (Eiffel Tower) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นหอคอยที่มีความสูงเสียดฟ้า มีความงามสง่า รูปร่างอ่อนช้อย ซึ่งสะท้อนให้เห็นจิตวิญญาณของฝรั่งเศส หอไอเฟลได้รับการออกแบบและก่อสร้างในปี ค.ศ.1839 มันคือผลงานชิ้นเอกในการ -ฉลองการปฏิวัติฝรั่งเศสอันนองเลือดเมื่อ 100 ปีก่อนหน้า



14 กรกฎาคม ค.ศ.1789 ท่ามกลางความต้องการที่จะปฏิวัติ ชาวปารีสได้เข้าโจมตีชนชั้นสูง บุกยึกคุกบัสติล ซึ่งมีผู้มีความคิดขัดแยงทางการเมืองถูกคุมขังเอาไว้ ผู้รัก-ชาติได้รวมตัวกันเพื่อต่อต้านชนชั้นปกครอง ซึ่งเป็นการสร้างพื้นฐานสำหรับการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยยุคใหม่



อีก 1 ศตวรรษหลังการปฏิวัติ ความภาคภูมิใจของฝรั่งเศสถูกบั่นทอนด้วย ความพ่ายแพ้ของกองทัพต่อเยอรมัน ในปี 1870 และก็ ความคิดที่จะจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ จึงเป็นหนทางอันยิ่งใหญ่เพื่อลืมความปวดร้าว และ เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ ความร่ำรวยของประเทศ จึงจำเป็นที่ต้องมีผลงานศิลปะชิ้นเอกที่อวดแก่ฝูงชน และจากความสำเร็จในยุคอุตสาหกรรมจึงนำเสนอความสำเร็จทางวิศวกรรม นั่นคือ หอคอย



หอคอยเหมือนเป็นสิ่งที่ชาญฉลาดทางเทคโนโลยี ในอดีตไม่เคยมีใครสร้างหอคอยที่สูงกว่า 1,000 ฟุต หลายคนพยายามลอง แม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกาก็มีการออกแบบไว้อยู่หลายแบบ แต่ก็ไม่เคยสร้างจริงขึ้นมา ฝรั่งเศสได้จัดการประกวดเพื่อออกแบบหอคอย แบบแรกถูกเสนอโดย เวอร์ริส คล็อกลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะวิศวกรของ กุสตาฟ ไอ-เฟล (Gustave Eiffel)



กุสตาฟ ไอเฟล เป็นทั้งสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ชื่อเสียงของเขาเกิดจาก การออกแบบสะพานที่เต็มไปด้วยจินตนาการ เขาค้นคว้าเกี่ยวกับแนวคิดในการออกแบบด้วยโครงสร้างโลหะ การที่มี กุสตาฟ ไอเฟล เข้ามาร่วมงาน จึงเป็นเครื่องรับประกันในเรื่องเงินทุนสนับสนุน และความสำเร็จของงาน วิศวกรหนุ่มของ กุสตาฟ ไอเฟล 2 คน คือ เวอร์ริส คล็อกลิน และ เอมิล นูลจิเย เริ่มแนวคิดในการสร้างหอคอยสูง 300 เมตร สำหรับงานแสดงสินค้าในปี ค.ศ.1890 ในปารีสเขาเริ่มร่างแบบโครงสร้างของหอ-

คอยอย่างคร่าวๆ และขอให้สถาปนิกชื่อ สตีเฟน สเตาว์เธอร์ ออกแบบส่วนตกแต่งเพื่อเติม ซึ่งมีลักษณะเป็นช่อดอกไม้ โค้ง และมีปติมากรรมเล็กๆ น้อยๆ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากแนวคิดทางสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1887 ว่า สามารถสัมผัสกับท้องฟ้าในระดับที่เป็นไปไม่ได้ คือ 1,000 ฟุต



กุสตาฟ ไอเฟล ได้เห็นแบบแปลนและอนุมัติ เขาได้สนใจแนวคิดเกี่ยวกับหอคอยนี้ และได้ออกแบบส่วนตกแต่งเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาเข้าไปด้วย การมีชื่อ กุสตาฟ ไอเฟล อยู่ในโครงการ ทุกคนรู้ผลลัพธ์ของการแข่งขันนี้ การมีสายสัมพันธ์ทางการเมืองและสังคมของกุสตาฟ ไอเฟล ทำให้มีความพร้อมที่จะผลักดันให้โครงการผ่านหน่วยงานปกครองของปารีสได้อย่างรวดเร็ว และทำให้โครงการจากแบบแปลนสำเร็จเป็นจริงได้ หอคอยซึ่งออกแบบจากความก้าวหน้าในยุคอุตสาหกรรม เป็น งานที่มีความท้าทายทางวิศวกรรม และ กุสตาฟ ไอเฟล จะได้แสดงให้เห็นถึงความความคิดสร้างสรรค์ของเขาที่เคยใช้ในการออกแบบมาแล้ว







28 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1887 กุสตาฟ ไอเฟล ได้เชิญแขกมากมายมาเป็นพยานในการก่อสร้าง เขาอายุ 53 ปี และหอคอยจะเป็นความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบของเขา ในขณะที่พิธีการเริ่มขึ้น วิศวกร 50 คนต้องช่วยกันร่างแบบ จำนวน 5,300 แผ่นสำหรับคนงาน 132 คน ใช้ในพื้นที่ก่อสร้าง ต้องใช้เวลา 4 เดือน ในการทำฐานรากสำหรับขาของหอ-

คอย เสา 2 ต้น ถูกติดตั้งบนฐานคอนกรีตหนา 6 ฟุตครึ่ง ที่ความลึก 23 ฟุตจากระดับดิน และมีขา 2 ข้างที่ใกล้กับแม่น้ำแซนมาก จึงต้องใช้เขื่อนโลหะกันน้ำ ป้องกันในขณะที่ทำการเทคอนกรีตบนพื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ

วิธีชม...ฝนดาวตกลีโอนิดส์

นักดาราศาสตร์ประมาณการโอกาสเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ในไทยสูงสุดช่วงเวลาราว 04.43 น.ของเช้าวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ อัตราความชุก

ที่ 100-500 ดวงต่อชั่วโมง!

นับเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ซึ่ง ฝนดาวตก ดูสวยงาม น่าสนใจ น่าตื่นเต้น และดูได้ง่ายด้วยตาเปล่า ท้าทายการศึกษา เรียนรู้และเข้าใจ

เรื่องของธรรมชาติเพิ่ม

สาเหตุของการเกิดฝนดาวตก เกิดจากดาวหางซึ่งเป็นก้อนน้ำแข็งที่ประกอบด้วยฝุ่นหินเกาะกลุ่มกันจำนวนมาก เมื่อโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ก้อน

น้ำแข็งจะเกิดการระเหิด ทิ้งแนวฝุ่นหินเป็นสายธารยาว เมื่อโลกโคจรเข้าไปตัดกับสายธารดังกล่าวนี้ เศษฝุ่นหินก็จะเคลื่อนตัววิ่งเข้ามาใน

บรรยากาศของโลกด้วยความเร็วสูง และเกิดการเสียดสีจนลุกไหม้ปรากฏเป็นขีดแสงสว่างให้เราเห็น ที่เราเรียกว่า "ฝนดาวตก"

กรณี ฝนดาวตกลีโอนิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโตนี้ เกิดจากการที่โลกโคจรผ่านเข้าไปในซากสายธารฝุ่นหินของดาวหาง 55 พี เทมเพล-

ทัดเทิล ที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งโดยปกติ คาบการโคจรของดาวหางดวงนี้คือ 33.2 ปี ซึ่งในปีที่ครบรอบคาบการโคจรของดาวหาง เป็นการมา

เติมเศษฝุ่นหินให้มากยิ่งขึ้น และเมื่อโลกโคจรผ่านเข้าไปในใจกลางสายธารของมัน ในปีนั้นโอกาสจะเกิดฝนดาวตกก็จะมีมากกว่าปีปกติ อย่างที่

เราเรียกว่าปรากฏการณ์ "พายุฝนดาวตก"

จากบันทึกในอดีต ดังตัวอย่างใน ค.ศ.1966 ที่ฮาวาย ได้เกิดพายุฝนดาวตกที่มีอัตราการตกมากถึง 5-6 หมื่นดวงต่อชั่วโมง สำหรับชื่อของฝน

ดาวตกลีโอนิดส์ ก็มาจากการอ้างอิงกับแหล่งการเกิด คือ กลุ่มดาวสิงโต นั่นเอง คือแม้เราจะเห็นฝนดาวตกในทิศทางต่างๆ กัน แต่เมื่อเราลอง

ลากเส้นย้อนกลับไปยังแหล่งการเกิดแล้ว ฝนดาวตกทุกดวงจะมาจากกลุ่มดาวสิงโต

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) อธิบายว่า ช่วงวันที่ 17-18 พฤศจิกายน แม้ไม่

ใช่รอบปีของการเกิดพายุฝนดาวตกลีโอนิดส์ แต่จะมีโอกาสเห็นฝนดาวตกในอัตราความชุกมากกว่าปีก่อนๆ เนื่องจากการคำนวณของนักดาศาสตร์

หลายสำนัก พบว่า โลกจะโคจรตัดผ่านเศษซากสายธารฝุ่นหินของดาวหาง 55 พี เทมเพล-ทัดเทิล ถึงสองสายธารด้วยกัน ที่ทิ้งร่องรอยไว้ใน

ค.ศ. 1466 และ 1533 โดยอัตราการตกราว 100-500 ดวงต่อชั่วโมง (อ้างอิงที่เมื่อกลุ่มดาวสิงโตมาอยู่ที่จุดกลางฟ้าเหนือศีรษะ) แต่ทั้งนี้

ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะเห็นฝนดาวตกตลอดทั้งชั่วโมง และจำนวนฝนดาวตกที่เห็นก็ไม่ได้เห็นมากถึง 500 ดวง ตัวอย่างเช่น อัตราการตกที่

400 ดวงต่อชั่วโมง เราเห็นแค่ช่วงเวลา 15 นาที นั่นคือ ในช่วงชั่วโมงนั้น เราจะเห็นดาวตกประมาณ 100 ดวง ซึ่งก็ถือว่ามากแล้ว"

ช่วงเวลาที่ประเทศไทยจะมีโอกาสเห็นฝนดาวตกสูงสุดในครั้งนี้ ดร.ศรัณย์ชี้ชัดว่า ตั้งแต่ตีหนึ่งเป็นต้นไป แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ดาวตกลูก

สวยๆ มักจะมาตอนประมาณห้าทุ่ม เป็นเวลาที่กลุ่มดาวสิงโตเพิ่งขึ้นจากขอบฟ้า คือจะเห็นเป็นไฟร์บอลล์ (ดาวตกดวงใหญ่) วิ่งพาดผ่านท้องฟ้า

ทิ้งร่องรอยให้เห็นเป็นลำสว่างทางยาวคล้ายรางรถไฟ ซึ่งความเร็วยังไม่สูงมาก ทำให้เราเห็นได้ง่าย สำหรับช่วงพีคสูงสุดของการตก นักดา

ศาสตร์หลายสำนักเห็นตรงกันว่า คือเป็นเวลาประมาณ 04.43 น. ตามเวลาในไทยของเช้าวันที่ 18 พฤศจิกายน อัตราความชุกที่ 100-500

ดวงต่อชั่วโมง ซึ่งช่วงนั้นจะป็นเวลาที่ดาวสิงโตจะอยู่บริเวณกลางฟ้าพอดี นับเป็นช่วงเวลาเหมาะแก่การชมมากกว่าประเทศอื่นๆ แต่ทั้งนี้ ก็

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของโอกาส เพราะถึงเวลาจริง เราอาจจะเห็นน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็เป็นได้


เพื่อให้ได้อรรถรสของการชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต ร่วมกับศูนย์

สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ชวนเยาวชน ผู้สนใจสังเกตการณ์ ฝนดาวตกลีโอนิดส์ วันที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 18.00 น. ถึงรุ่งเช้าวันที่ 18

พฤศจิกายน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หรือจะชมการแสดงในท้องฟ้าจำลอง เรื่อง "ฝนดาวตก" และชมภาพยนตร์ด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ

เรื่อง "องค์ประกอบชีวิต" (ภาพยนตร์ที่ฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์) จัดแสดงและฉายในงานนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งได้ร่วมสนุกกับ

กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์อีกมากมาย สอบถามโทร.08-1571-1292 หรือ 0-2564-7000 ต่อ 1460

ฝนดาวตก เป็นความสวยงาม และเป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมาก ได้เรียนรู้ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อื่นๆ ตามมามากมาย อย่างน้อย รู้ว่า

จะศึกษาฝุ่นละอองรอบๆ ดวงอาทิตย์ ศึกษาวัตถุที่อยู่รอบๆ โลกว่ามีอะไรบ้าง" ทำให้เรารู้เพิ่มขึ้น

วิธีดูที่ดีที่สุดคือ การนอนหงายมองไปที่กลางฟ้าเหนือศีรษะ ฝนดาวตกมีลักษณะแสงสว่างวาบ เคลื่อนที่ผ่านอย่างรวดเร็ว จะพุ่งมาจากทุกทิศ

ทาง มีสีสันสวยงาม เช่น สีน้ำเงินเขียว สีส้มเหลือง เพราะมีแร่ธาตุประกอบต่างๆ กัน เช่น แมกเนเซียม ทองแดง เหล็ก จึงให้สีที่แตกต่างกัน

ปลายของดาวตกซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ จะทิ้งควันจางๆ เหมือนไอพ่น หากอยู่ในที่เงียบสงบ บางครั้งอาจได้ยินเสียงด้วย เรียกว่า โซนิกบูม

และหากเป็นดาวตกขนาดใหญ่เมื่อเสียดสีกับบรรยากาศ


ที่มา นสพ.มติชน

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

โฆษณา SCB: One Big Family ไปด้วยกัน ไปได้ไกล

F4 ฮาๆๆ แบบสาระแน

คุณเคยเห็นโฆษณาไทยชิ้นนี้หรือไม่

อย่างซึ้งอ่ะ

โฆษณาไทยประกันชีวิต

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วิชามารในgoogleไว้หาของในเน็ต

ลองดูกันนะ

ของดี เอามาบอกต่อๆ***วิชามาร ใน Google ที่ให้ได้มาซึ่งทุกอย่าง ที่อยากดาวน์โหลด ในอินเตอร์เน็ต****

วิชามาร ใน Google ที่ให้ได้มาซึ่งทุกอย่าง ที่อยากดาวน์โหลด ในอินเตอร์เน็ต คำแนะนำ คุณสามารถใช้วิธีนี้ ในการหาดาวน์โหลดโปรแกรม แคร็ก ซีดี คีย์ หรือต่างๆนานา ที่คุณอยากได้ แต่ขอแนะนำว่า คุณควรจะดาวน์โหลด มาเพื่อการทดลอง ทดสอบ หรือการศึกษาเท่านั้น

วิธีที่หนึ่ง
พิมพ์คำเหล่านี้ ใน Google Search
(1)
" parent directory " /spectralab 4.3213/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(2)
" parent directory " DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(3)
" parent directory "Xvid -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(4)
" parent directory " Gamez -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(5)
" parent directory " MP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(6)
" parent directory " Name of Singer or album -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
หมายเหตุ ให้คุณเปลี่ยน คำที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip เป็นสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วก้อค้นหา คุณจะพบกับ ความมหัศจรรย์ใน Google

วิธีที่สอง
พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google

?intitle:index.of? mp3
จากนั้นแค่เพิ่มชื่อ เพลง อัลบั้ม นักร้อง ลงไป เช่น ?intitle:index.of? mp3 myfavoritesongs

วิธีที่สาม
พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google

inurl:micr0s0f filetype:iso

จากนั้น ก้อเปลี่ยน คำว่า micr0s0f กับคำว่า iso เป็นคำที่คุณต้องการ เช่น inurl:myc0mpany filetype:zip

------------------------------เพิ่มเติม-------------------------


1.Google จะใช้ and (และ) อยู่ในประโยคเสมอ เช่น ค้นหา harvest moon back to nature Google จะค้นหาแบบ harvest AND moon AND back... (พูดง่ายๆคือค้นหาแบบแยกคำ)

2. การใช้ OR (หรือ) คือการให้ Google หาข้อมูลมากขึ้นจาก คำA และ คำB (พูดง่ายๆ คือนำผลที่ได้ มารวมกันรวมกัน) วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น vacation london OR paris คือหาทั้งใน London และ Paris

3. Google จะละคำทั่วๆไป (เช่น the, to, of) และตัวอักษรเดี่ยว เพราะจะทำให้ค้นหาช้าลง แต่ถ้าคำพวกนั้นสามารถช่วยให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องหมาย + ช่วยโดยนำไปอยู่หน้าคำนั้น (ต้องเว้นวรรคก่อนด้วย) เช่น back +to nature หรือ final fantasy +x

4. Google สามารถกันขอบเขตการค้นหาให้เล็กลงด้วยการใช้ Advanced Search หรือ การค้นหา แบบพิเศษ ใน Google ภาษาไทย

5. Google สามารถตัดคำพ้องรูปได้โดยใช้เครื่องหมาย - ช่วยโดยการนำไปอยู่คำที่จะตัด เช่น คำว่า bass มี 2 ความหมายคือ เกี่ยวกับปลา และดนตรีเราจะตัดที่มีความหมายเกี่ยวกับดนตรีออกโดยพ ิมพ์ bass -music หมายความว่า bass ที่ไม่มีคำว่า music นอกจากนี้มันยังสามารถตัดอย่างอื่นได้อีก เช่น "front mission 3" -filetype pdf หมายความว่า เรื่องเกี่ยวกับ front mission 3 แต่ไม่แสดงไฟล์ PDF

6. การค้นหาแบบทั้งวลี (คือการค้นหาทั้งกลุ่มคำ) ให้ใช้เครื่องหมาย " " เช่น "Breath of fire IV"

7. Google สามารถแปลเว็บภาษา Italian, French, Spanish, German, และ Portuguese เป็น ภาษาอังกฤษได้ (โดยคลิ้กที่คำว่า "Translate this page" ด้านข้างชื่อเว็บ)

8. Google สามารถหาไฟล์ในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่ HTML ได้ ประเภทไฟล์ที่รองรับคือ

Adobe Portable Document Format (นามสกุลของไฟล์ pdf)
Adobe PostScript (นามสกุลของไฟล์ ps)
Lotus 1-2-3 (นามสกุลของไฟล์ wk1, wk2, wk3, wk4, wk5, wki, wks, wku)
Lotus WordPro (นามสกุลของไฟล์ lwp)
MacWrite (นามสกุลของไฟล์ mw)
Microsoft Excel (นามสกุลของไฟล์ xls)
Microsoft PowerPoint (นามสกุลของไฟล์ ppt)
Microsoft Word (นามสกุลของไฟล์ doc)
Microsoft Works (นามสกุลของไฟล์ wks, wps, wdb)
Microsoft Write (นามสกุลของไฟล์ wri)
Rich Text Format (นามสกุลของไฟล์ rtf)
Text (นามสกุลของไฟล์ ans หรือ txt)

วิธีใช้ filetype:นามสกุลของไฟล์ เช่น "Chrono Cross" filetype df หมายความว่าเอกสารของ Chrono Cross ที่เป็น PDF และมันยังมีความสามารถดูไฟล์เหล่านั้นในรูปแบบของ HTML ได้ (โดยคลิ้ก View as HTML หรือ รูปแบบ HTML ใน Google ไทย)

9. Google สามารถเก็บ Cached ของเว็บที่จะเข้าชมไว้ได้ (โดยคลิ้กที่ Cached หรือ ถูกเก็บไว้ ใน Google ภาษาไทย) ประโยชน์ของมันคือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บบางเว็บที ่อาจโดนลบไปแล้ว โดยข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลก่อนถูกลบ (ใหม่สุดที่มันจะมีได้)

10.Google สามารถค้นหาหน้าที่คล้ายกัน (โดยคลิ้ก Similar pages หรือ หน้าที่คล้ายกัน ใน Google ภาษาไทย) โดยจะค้นหาข้อมูลที่คล้ายๆ กันให้เรา เช่น ถ้าเรากำลังหาข้อมูลการวิจัย ความสามารถนี้จะช่วยให้หาข้อมูลได้มากมายในเวลาที่รว ดเร็วโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง keyword

11.Google สามารถค้นหา link ทั้งหมดที่เชื่อมไปยังเว็บนั้นได้ วิธีใช้ link:ชื่อ URL เช่น link:www.google.com แต่คุณไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ร่วมกับการหาแบบอื่น ๆ ได้

12.Google สามารถค้นหาเว็บที่จำเพาะเจาะจงได้ โดยพิมพ์ คำที่คุณต้องการเจาะจง site:ชื่อ URL เช่น ถ้าคุณต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการเข้า (admission) มหาวิทยาลัย Stanford ให้พิมพ์ admission site:www.stanford.edu

13.ถ้าคุณมีเวลาน้อย (และคิดว่าโชคดี) Google มีบริการการค้นหาด่วน (ชื่อบริการ I'm Feeling Lucky) โดยที่ Google จะนำเว็บที่อยู่ลำดับแรกของการค้นหา ส่งให้คุณเลย (link ไปเว็บนั้นให้เสร็จ) เช่น คุณต้องการค้นหาเว็บมหาวิทยาลัย Stanford อย่างด่วนให้พิมพ์ Stanford แล้วกด I'm Feeling Lucky หรือ ใช่เลย! เจอแน่ๆ ใน Google ไทย

14.Google สามารถหาแผนที่ของสหรัฐอเมริกาได้โดยพิมพ์ ที่อยู่ ชื่อถนน พร้อมด้วยชื่อรัฐ เช่น 165 University Ave Palo Alto CA Google จะจัดการส่งแผนที่คุณภาพสูงมาให้คุณ

15.Google สามารถหาเบอร์โทร (เฉพาะอเมริกา) หรือพิมพ์เบอร์โทรแล้วหาบริษัทได้โดยพิมพ์
first name (or first initial), last name, city (state is optional)
first name (or first initial), last name, state
first name (or first initial), last name, area code
first name (or first initial), last name, zip code
phone number, including area code
last name, city, state
last name, zip code
แล้วแต่ว่าคุณจะใช้แบบไหน

16.Google สามารถค้นหา Catalog สินค้าได้ (เข้าไปที่ http://catalogs.google.com)
17.Google สามารถเก็บข้อมูลลักษณะการใช้ที่คุณต้องการได้โดยเข้ าไปที่ Preferences หรือ ตัวเลือก ใน Google ไทย
************************************************** ************************************************** ********************



ที่มา www.yenta4.com

รู้จักกับคำย่อทั้งหลายในภาษาอังกฤษ...

Abbr.

Abbr. (Abbreviation)

Abbreviation หรือคำย่อทั้งหลายในภาษาอังกฤษ อันนี้เป็นสไตล์ที่ชาวอเมริกันใช้กันห หรือบางอันก็ใช้ทางยุโรปด้วย ตอนมาแรกๆ เจอคำ

ย่อพวกนี้ก็งง แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินและก็ใช้บ้างเองบ้าง เหมือนกับวัยรุ่นไทยเน๊อะ ชอบสร้างคำย่อกัน อย่าง ร.น. ย่อมาจาก 'รักนะ' อะไร

ประมาณนี้ มาดูกันครับว่ารวบรวมอะไรมาได้บ้าง

BFF = Best Friend Forever เพื่อนรักตลอดกาล

LOL = Lot of Laught ขำกลิ้ง ฮาแตก

TC = Take Care ดูแลตัวเองนะ

LUV = LOVE หรือ รัก วัยรุ่นชอบใช้ I LUV U เพื่อความเด็กแนว

OSM = Awesome เจ๋งมากๆ (OSM มาจากเสียงแบบ อื้อหืออ ประมาณนั้น)

BTW = By the Way ยังไงก็ตาม

OMG = Oh My God! เป็นคำอุทานของฝรั่งเขา อะไรก็ Oh My God ไว้ก่อน OMG!!

Thx = Thanks ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะ

Pls = Please ได้โปรดเถิดดด

P.S = Post Script (after writing) ใช้คล้ายๆ กับ ปล. เปล่าลืม

MHM = Yes! ใช่ เห็นด้วย (มาจากเสียง อื้ม เวลาพยักหน้า)

JK = Just Kidding ล้อเล่นจ้า

IOU = I Owe You ฉันติดเงินเธออยู่นะ Owe = ติดหนี้

ASAP = As Soon As Possilbe เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

Ave = Avenue ถนนที่มีสายหลัก (ส่วนมากจะมีต้นไม้)

99 = Nighty Night คล้ายๆ กับพูดว่า Good Night

PC = Personal Computer เครื่องคอม

WTF = What The F**K เป็น**อะไร

BYOB = Bring Your Own Beer ใช้ในวงการร้านอาหาร แปลว่าร้านนี้สามารถนำเบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายมากินเองได้

SMS = Short Message Service บริการส่งข้อความ

VS = Versus ตรงข้ามกัน / ต่อสู้กัน

Corp = Corporation บริษัท สมาคม

B-R-B = Be Right Back เดี๋ยวกลับมา

TTYL = Talke to You later คุยกันวันหลังนะ

เป็นไงจ๊ะคำที่ยกตัวอย่างมา คุ้นๆ หรือเคยเห็นบ้างไหม ยกมาทั้งคำที่ใช้กันอย่างเป็นทางการ อย่าง BYOB ที่ใช้กันในวงการ คำที่ใช้กันประจำ

อย่าง ASAP จนถึงคำที่ไม่เป็นทางการเลย อย่าง JK เนี่ย ส่วนมากวัยรุ่นใช้กันเวลา chat หรือ text message

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กันไม่มากก็น้อย ยังไงก็ CU (See You) จ้า

ว่าด้วยเรื่อง "hi5"...ประโยชน์-โทษ ก๊วน...กวน

ปัจจุบันนี้ เว็บไซต์ "hi5.com" กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยทำงาน เว็บ hi5 นี่เป็นคล้ายๆ เว็บไซต์ส่วนบุคคล คล้ายเว็บไซต์

จำพวกบล๊อก หรือไดอารี่ แต่เว็บนี้มีจุดประสงค์นอกจากไว้สำหรับเป็นบล๊อกแล้ว ยังมีไว้สำหรับแชร์รูปภาพ ทั้งภาพส่วนบุคคล หรือถ่ายกับกลุ่ม

เพื่อนหรือภาพอะไรก็ได้ บางคนก็ใช้ช่องตรงนี้ในการที่จะกระทำการอันผิดศีลธรรม

ฟังๆแล้ว hi5 ก็เหมือนบล็อคโดยทั่วไป แต่คุณสมบัติพิเศษ ก็คือ จะมีการเพิ่มจำนวนเพื่อนของเรา ซึ่งในตอนแรกจะเชื่อมโยงกับ E-mail ของ

คุณและหลังจากนั้น.....เพื่อนจะมีมากขึ้นๆโดยจากการที่เราไปรับ add หรือ ว่าไป add เขามา อ่านมาแล้วหลายบรรทัดก็ยังไม่รู้สึกอะไรใช่

มั๊ยค่ะ ??? ก็คิดว่าเหมือนเว็บทั่วไป แต่ถ้าลองอ่านดีๆแล้วจะพบว่าจำนวนเพื่อนของเราจะเพิ่มไปเรื่อยๆนั้น... จะมีทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จัก ซึ่ง

ทำได้โดยวิธีการ Search ของเว็บ หรือ ว่าเชื่อมโยงมาจาก hi5 ของคนรู้จัก หรือ คนที่ไม่รู้จัก ??? บางคนอาจจะ add เราเพราะรู้จัก แต่

ไม่มี E-mail ที่เชื่อมโยงแต่สำหรับบางคน... ยกตัวอย่าง เช่น เพื่อนของฉัน ฉันเคยสังเกตว่าทำไมเวลาว่างเพื่อนถึงได้เล่น hi5 พอลอง

ได้นั่งสังเกตดูจึงพบว่า เขากำลังนั่ง add เพื่อน ซึ่งฉันก็ถามว่า “โห...เพื่อนเยอะจัง รู้จักหมดหรอ ???” “เปล่า เห็นว่าหน้าตาเวิร์กดี” “????”

ฉันถึงกับอึ้งไปกับคำตอบนี้ เว็บนี้ไม่ได้มีแต่ด้านดีด้านเดียว...ภัยกำลังจะเริ่มขึ้น!!!

ค่านิยม hi5 ตรงนี้มีทั้งดีและไม่ดี ที่ว่าดีนี้คือเราสามารถนำสิ่งดีๆ ข้อคิด ธรรมะ ฯลฯ มาเผยแพร่กันได้ และก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ดีมากที่จะนำ

ธรรมะเข้าสู่กลุ่มวัยรุ่น แต่ในทางที่ไม่ดี ก็คือการนำไปใช้ของพวกผู้ประสงค์ร้าย อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนะค่ะ

วันนี้ค่ะวันนี้ๆ พี่ "นางฟ้า" นำเอาประโยชน์ และโทษ ของการเล่น hi5 มาฝากเพื่อนๆ yenta4 ด้วยล่ะ...ก็อ่านเพื่อเป็นแง่คิดก็ยังได้นะค่ะ

อ่านขำๆ ก็ขำกันไป จะอ่านเพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าจะเล่น hi5 ดีมั้ยน้า...ก็คิดกันเอาเองนะจ้า...ยังงัยก็อย่าลืมเรื่องเรียนละ เล่นให้พอดี มี

เวลาว่างเพื่อทำอย่างอื่นที่ดีดีบ้าง เล่นมากไปนอกจากจะทำให้ปวดตาแล้ว อาจจะเสียสุขภาพได้นะเจ้าค่ะ ยังงัยก็แบ่งเวลาให้เหมาะสมในการทำ

อย่างอื่นๆด้วยนะจ้า (ไม่บ่นแล้วๆ เดี๋ยวน้องๆจะหนีหายหมด) ไปอ่านอะไรดีๆ กันเลยดีกว่า....


ประโยชน์ (กวนๆ)ของ hi5

ขาด ไม่งั้น จะ AD กับใครไม่ได้

ข้อ 3... ห้าม AD กับเพศเดียวกัน
จับชู้ของเรา

จับชู้ของกิ๊กเรา

จับชู้ของกิ๊กเพื่อนเรา

จับชู้ของเพื่อนรัก

จับชู้ของเพื่อนที่โรงเรียน

จับชู้ของเพื่อนที่มหาลัย

จับชู้ของเพื่อนที่ทำงาน

จับชู้ของเพื่อนแถวบ้าน

จับชู้ของเพื่อนของเพื่อน

จับชู้ของศัตรูแล้วไปบอกมัน

***โอ๊ะโอ๋!!!! อันนี้ก็เกินไป.....

จับตาดูแฟนเรา

จับตาดูแฟนเก่า

จับตาดูแฟนเก่าของแฟนเรา

จับตาดูแฟนใหม่ของเขา

จับตาดูแฟนใหม่ของแฟนเก่าเรา

จับตาดูแฟนเพื่อน

จับตาดูแฟนเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ

จับตาดูแฟนเก่าของแฟนเพื่อน

จับตาดูแฟนน้องชาย

จับตาดูแฟนพี่สาว

จับตาดูแฟนของญาติสนิท

จับตาดูแฟนของญาติห่างๆ

มองหาอนาคตแฟนใหม่เรา

*** ทุกสิ่งเป็นไปได้ใน hi5

ปล. hi5 จัดว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดของแฟนหลวง เนื่องจากชู้รักมักมากมักนิยมเอารูปคู่ของตนและแฟนผู้อื่นมาโพสต์ไว้

. . . 2 ชั่งโมงผ่านไป (ไวเหมือนโพสบล็อก) ก็มีคนมาโพสตอบว่า .......

จับชู้ของเรา => จะจับทำไม ถ้ามีชู้ เอ็งก็เลวเหมือนกันแหละ

จับชู้ของกิ๊กเรา => เหมือนข้างบน

จับชู้ของกิ๊กเพื่อนเรา ==> ผิดกฎของการมีกิ๊กครับ

จับชู้ของเพื่อนรัก ==> ไม่ต้องไปยุ่งกะมันหรอก ไว้คอยปลอบใจมันก็พอ

จับชู้ของเพื่อนที่โรงเรียน ==> นี่ยิ่งแล้วให*่ ยกเว้นคอยเก็บตก อิ อิ

จับชู้ของเพื่อนที่มหาลัย ==> เหมือนข้างบน

จับชู้ของเพื่อนที่ทำงาน ==> ถ้าสวย คอยเสียบ

จับชู้ของเพื่อนแถวบ้าน ==> ปล่อยมันไปเหอะ

จับชู้ของเพื่อนของเพื่อน ==> เสียเวลา ยกเว้นชู้นั่นสวย

จับชู้ของศัตรูแล้วไปบอกมัน ==> บอกทำไม ปล่อยมันโง่ไปเหอะ

จับตาดูแฟนเรา ==> ไม่รู้ดีกว่ามั๊ย

จับตาดูแฟนเก่า ==> ไปยุ่งอะไรกะเค้า

จับตาดูแฟนเก่าของแฟนเรา ==> สรุปจะจีบใครจ๊ะ แฟนเก่าของแฟน หรือแฟนตัวเอง

จับตาดูแฟนใหม่ของเขา ==> เป็นออฟ AF เหรอ

จับตาดูแฟนใหม่ของแฟนเก่าเรา ==> ปล่อยเค้าไปเหอะ เค้าไปดีแล้ว

จับตาดูแฟนเพื่อน ==> ไอ้นี่ไม่น่าคบ

จับตาดูแฟนเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ ==> แล้วทำอะไรได้

จับตาดูแฟนเก่าของแฟนเพื่อน ==> เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามะ

จับตาดูแฟนน้องชาย ==> อืมมม อันนี้น่าสนใจ

จับตาดูแฟนพี่สาว ==> ตะเองงงง

จับตาดูแฟนของญาติสนิท ==> ขึ้นอยู่กับว่าญาติเป็นหญิงหรือชาย

จับตาดูแฟนของญาติห่างๆ ==> เหมือนข้างบน

มองหาอนาคตแฟนใหม่เรา ==> มันสมัครยังไงเหรอ hi5 อ่ะ


โทษ (กวนๆ)ของ hi5

ชื่อโรค Hi5 mania

** จากเชื้อ Hi5 mentmatedis (เม้นมาทีดิ)

** ติดต่อจากคนสู่คน ( ใกล้ชิด )

CC:(Chief complaint;อาการที่ผู้ป่วยบอกกับแพทย์)

ต้องการอยากจะเปิด Hi5 ตลอดเวลาที่อยู่หน้าคอม

Present illness

เริ่มแรกตั้งแต่ได้รับเชื้อ เห็นได้ชัดเจนเมื่อ

ผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ที่มี wireless หรือ Lan จะเกิดอาการสั่นๆ ตาพร่ามัว เห็นผิดเป็นชอบ ไม่ค่อยรู้เวล่ำเวลา ในระยะแพร่เชื้อ ผู้ป่วยจะสามารถ

ถ่ายทอดเชื้อให้เพื่อน ญาติ คนสนิท คนรัก เชื้อจะสามารถติดต่อได้เพียงท่านคลิ๊ก หลังจากแพร่เชื้อแล้ว จะรู้สึกมีความสุข เสมือนเป็นผู้รู้ที่มอบ

ความรู้ใหม่ๆให้ผู้อื่น ผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือด ความดัน และชีพจรค่อนข้างปกติ แต่จะมีเวลาให้กับเพื่อนและการศึกษาน้อยลง จะฝักใฝ่แต่

การ up hi5 จนลืมตัว ลืมหน้าที่ของตนเอง การป้องกันและรักษา เป็นโรคที่รุนแรงและติดต่อได้ง่าย จึงควรแยกผู้ป่วยออกจากคนปกติ แต่

เนื่องจากมีผู้ป่วยหลายล้านคน จึงแยกคนปกติออกจากผู้ป่วยน่าจะง่ายกว่า

Physical examination : WNL

Plan for specific treatment

plan of treatment : high dose of พระธรรม

ผู้ป่วยควรได้รับพระธรรมในอัตราที่เข้มข้น pc , qid จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ ถ้าหยุดการรับพระธรรมเกิน 2 มื้อ อาจทำให้เกิดการดื้อยา

การรักษาจะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ผู้ที่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะเกิดอาการที่เรียกว่า พุทธิปัญญา สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ แต่ปัจจุ

ปันยังไม่ปรากฎว่ามีผู้ป่วยที่รักษาหาย " แม้แต่คนเดียว "


เรื่องเล่า (ขำ ขำ) ของ hi5

คุณแม่ลูกสาวกำลังเข้าวัยรุ่นพาลูกมาหาหมอ เพราะลูกไม่ยอมหลับยอมนอน สอนไม่เชื่อฟัง เอาแต่หมกมุ่นกับ hi5 กลัวจะสอบเข้ามัธยมไม่ได้

หมอ/ สวัสดีค่ะ มีอะไรใหม่ๆมาเล่าให้หมอฟังคะวันนี้

คนไข้/ (เล่าด้วยอารมณ์หงุดหงิดขัดใจ) หนูไม่เข้าใจจริงๆว่าเล่น ฮิ-ฟีบ นี่มันผิดตรงไหน หนุกออก

หมอ/ (สะดุ้ง) เล่นอะไรนะจ๊ะ

คนไข้/ เอาอีกละ พูดไปหมอก้อไม่รุจักอ่ะ เกียจเล่าละ เสียเวลา จะไปเม้น

หมอ/ หนูหมายถึง (เขียนภาษาอังกฤษใส่กระดาษให้เด็กดู) - hi five- / hi5 นี่หรือเปล่าจ๊ะ

คนไข้/ อื้อออ น่านละ ฮิฟีบ ที่กะลังฮิตงายหมอ

หมอ/ อืม ทำไมอ่านว่างั้นล่ะจ๊ะ ศัพท์วัยรุ่นเหรอ

คนไข้/ ไม่รู้ดิ วันๆอยู่แต่หน้าคอม ไม่มีใครสอนหรอก สะกดเอาดิหมอ แหม เพิ่งเรียนอังกิดมาปีเดียว เอาไรนักหนา

หมอ/ (กรรมจริงๆ ตรูละกลุ้ม อนาคตของชาติ ท่าทางจะเริ่มคดจริงๆก็งานเนี้ย)

คนไข้/ เอ้า ว่าไงหมอ มัวแต่อึ้ง เร็วดิ จะรีบไปเม้นงายย

หมอ/ (ไม่ได้การแระ เด็กเดี๋ยวนี้ใจร้อนจริงๆ ว่าแล้วก็งัดกลยุทธเปิดใจเด็กด้วยการทำตัวเป็นพวกเดียวกันให้เด็กยอมรับก่อน)
แหม...หมอก้อม่ายรุเจงๆนะ รุแต่ว่ามันน่าจะอ่านว่า ไฮ ไฟว์ นะ

คนไข้/ งั้นเอาตามน้าหมอแหละ น้าเก่งกว่าหนิ เผื่ออ่านถูก

หมอ/ (อ้าว..กรำ ) ไม่เผื่ออ่ะจ่ะ พี่อ่านถูกแน่ๆ (เน้น คำว่า พี่ ชัดๆ หวานๆ ) แหม หนูก็..ห่างกัน 20 ปีเอง มาน้งมาน้า เด๋วเหอะ เด๋ว
ไม่ไปเม้นหั้ยหรอก

คนไข้/ อุ๊ย หมอเล่นกะเค้าด้วยหรอ นี่ๆๆๆเอาhi5หนูไปเรยย อย่าลืมไปเม้นนะพี่หมอ

หมอ/ ว่าแต่มันคือไรอ่ะ hi5 ที่เอาไว้ขีด เวลาอ่านหนังสือใช่ป่าว

คนไข้/ กรี๊ด...พี่หม๊อออ บ้าป่ะเนี่ยยยย นั่นมัน highlight

หมอ/ (ยังคงทำหน้าซื่อ มุ่งตีซี้ต่อไป) อ้าว งั้น hi5 นี่ที่มันเอาไว้ซักผ้าขาวรึเปล่า !?!

คนไข้/ นั่นมัน ไฮยี้น

หมอ/ ใครว่า นั่นมัน ไฮเตอร์ ไม่ช่ายเหรอ

งั้นเดาใหม่ อ๋อ รู้แล้วๆ วิตามินรวมแน่เลย แบบกินแล้วดีจังให้ห้าดาว hi5 อะไรเงี้ยะ

คนไข้/ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่หมอเจ๋งจิงคิได้ไงอ่ะ ชอบชอบ เด๋วขอเอาไปเม้นนะ (ว่าแล้วเธอก้อหัวเราะคิกคักๆ เอาดินสอมาจดๆๆๆที่อิชั้นพูด)

หมอ/ เฮ้อ..ยังไม่ถูกอีก งั้น ไฮ่ย่า มาจากดาวนาเม็กป่ะ

คนไข้/ คูณหมอออ น่านมัน ไซย่า วุ้ย...สอนกี่ทีกี่ที่ไม่เคยจำเลย เรียกผิดตลอด

หมอ/ เออใช่แฮะ ไซย่า เป็นหนังไทยเรื่องที่เพิ่งผ่านมาหนิ

คนไข้/ นั่นมัน ไชยา อ่ะ (ทำหน้าเซ็งจิต)


...คุยปรับทัศนคติกันไปพักใหญ่จนรู้สึกไว้วางใจและยอมรับ (เล่าไม่ไหวนะ มันเป็นกระบวนการทาง psycho) แล้วถึงค่อยๆอธิบาย ข้อดี ข้อ
เสีย ประโยชน์ โทษ ของ hi5

ปัจจุบันเด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับวุฒิภาวะทางอารมณ์และสังคมที่เหมาะสม

*** สรุป คือ จะ hi5 facebook msn etc. ก็เอาแต่พอประมาณ พยายามใช้ให้เกิดประโยชน์ดีกว่าเนอะ


กลอน (ฮา ฮา) ของ hi5

โอ้ห้าไฮ้ ไฮไฟฟ์ แสนไฮเทค

ผู้ใหญ่เด็ก วัยรุ่น หมกมุ่นยิ่ง

เล่นเป็นบ้า เล่นเป็นวัน เล่นกันจริง

ทั้งชายหญิง เมามัว มั่วโลกีย์

ลงประวัติ รูปถ่าย ขายรูปลักษณ์

ให้รู้จัก ทั้งตัว ทั่วกรุงศรี

รูปสวยสวย หล่อหล่อ ล่อคนดี

เหยื่อราคี ลุ่มหลง ลงบ่วงกาม

“หวัดดีเธอ อยากรู้จัก น่ารักนะ

เธอคงจะ ไม่ว่า ถ้าฉันถาม

ขอเมลล์เธอ ได้ไหม ไม่ได้ทราม

ขอแค่ความ สัมพันธ์ฉัน เพื่อนยา”

“แอดด์แล้วนะ เมนท์แล้ว เมนท์กลับด้วย

รูปเธอสวย ให้ไฟฟ์ ไปแล้วจ้า

แล้วคุยกัน ในเอ็ม เต็มเต็มนา

อย่าลืมมา ทักกัน ละกันเธอ”

พอแผนการ สานไป ได้สักพัก

ได้รู้จัก พาที ดีเสมอ

เหยื่อตายใจ ถึงเวลา ข้าขอเบอร์

แล้วนัดเจอ ฤกษ์ดี ขยี้กาม

ศีลกาเม สุมิจฉา นี้ว่าไว้

ลูกเมียใคร อย่าผิด คิดรุ่มร่าม

ตั้งสติ พิศลักษณ์ จักพองาม

อย่าหลงตาม รูปไป จนใจเมา

พิมพวดี โหสกุล หนูน้อยระลึกชาติ

หลังจากรายการ "ตีสิบ" หยิบยกเอาเรื่องการระลึกชาติของ "นายแพทย์อาจินต์ บุณยเกตุ" อดีตแพทย์ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวชิระ จังหวัด

ภูเก็ต บิดาของ เด็กหญิงพิมพวดี โหสกุลในอดีตชาติ และได้กลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้และได้เสียชีวิตตั้งแต่เยาว์ แต่วิญญาณของ พิมพวดี โหสกุล

ไม่ได้ไปเกิดในภพใหม่ ยังคงเฝ้าวนเวียนอยู่ในโลกทิพย์ และวิญญาณของเธอได้มาช่วย "นายแพทย์อาจินต์ บุณยเกตุ" บิดาเมื่อชาติที่

แล้ว เมื่อครั้งต้องผ่าตัดประสาทสมอง ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานมานานกว่า 10 ปี...มานำเสนอ ทำให้หลาย ๆ คนยังคงกังขา พร้อม ๆ กับอยากรู้

ว่าแท้จริงแล้ว "พิมพวดี โหสกุล" หรือลูกสาวของ หมออาจินต์ มีตัวตนหรือเปล่า และเป็นใครมาจากไหน วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปค้นหาคำ

ตอบกันค่ะ...


พิมพวดี โหสกุล ในชาตินี้ได้มาเกิดในครอบครัวของตระกูลโหสกุล เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2493 บิดาคือ นายเสียง

โหสกุล และ มารดานางสมพร พัฒนวิบูลย์ โดยมีพี่น้องรวมกัน 5 คน คือ นายเสรี โหสกุล, นายวัฒนา โหสกุล, นายถาวร โหสกุล, นายวัน

ชัย โหสกุล และ เด็กหญิงพิมพวดี โหสกุล โดย พิมพวดี โหสกุล บุตรสาวคนเล็กเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัว เนื่องจากที่ผ่านมาครอบครัว

โหสกุลมีแต่ลูกผู้ชาย เมื่อได้น้องสาวมาหนึ่งคน ทำให้ใคร ๆ ต่างก็รักและเอ็นดู พิมพวดี โหสกุล แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ พิมพ

วดี โหสกุล ป่วยเป็นไข้เลือดออก จนต้องเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริรราช และได้เสียชีวิตในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 ซึ่งสร้าง

ความโศกเศร้าเสียใจให้แก่ครอบครัวโหสกุลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ นายเสียง และ นางสมพร เพราะถือเป็นลูกสาวคนเดียวในบ้าน และจากไป

ตั้งแต่อายุยังน้อย คืออายุได้เพียง 9 ปี 9 เดือน นายเสียงถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เห็นรูปของ พิมพวดี โหสกุล ลูกสาวสุดที่รักคราวใดเป็น

ต้องร้องไห้โฮ หรือถ้าหากใครเผลอเอ่ยถึง พิมพวดี โหสกุล ทีไรก็เป็นต้องร้องไห้ทุกครั้งไป

ด้วยความรักและอาลัยที่มีต่อ พิมพวดี โหสกุล ลูกสาวเพียงคนเดียว ทำให้ นายเสียง เกิดความคิดที่จะต้องสร้างถาวรวัตถุขึ้นเป็นอนุสรณ์ จึงได้ไป

เข้าเฝ้าเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) เจ้าอาวาสวัดมกุฎกษัตริยาราม (ในขณะนั้น) กราบทูลว่ามีความประสงค์จะหาที่ใน

บริเวณวัดที่เหมาะ ๆ สร้างศาลาสักหลักหนึ่ง เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ พิมพวดี โหสกุล ลูกสาว และถวายวัดไว้สำหรับตั้งศพของบรรดาญาติโยมทั่วไป

ซึ่งท่านก็ได้ให้การสนับสนุน โดยทรงอนุญาตให้รื้อกุฎีหลังหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ข้างอาคารสำนักงานผลประโยชน์ของวัดเป็นสถานที่ก่อสร้างศาลาแล้ว

เสร็จปี พ.ศ.2504 โดยใช้ชื่อว่า "พลับพลาพิมพวดี" ซึ่งด้านในได้ตั้งรูปถ่ายของ พิมพวดี โหสกุล บุตรสาวสุดที่รัก พร้อมพานพุ่ม และเครื่อง

บูชาเอาไว้ด้วย และนับตั้งแต่นั้นมาบรรดาญาติ ๆ พี่น้องของตระกูล "โหสกุล" จะร่วมกันไปทำบุญให้ พิมพวดี โหสกุล น้องสาวคนสุดท้องเป็น

ประจำปีละ 2 ครั้ง คือ ทุกวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด และทุกวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันที่เด็กหญิงพิมพวดีเสียชีวิต


สำหรับเรื่องราวที่ พิมพวดี โหสกุล เกี่ยวข้องกับนายแพทย์อาจินต์ นั้น นายแพทย์อาจินต์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับตัวผมเอง

โดยเมื่อราวปลายปี 2529 คาบเกี่ยวถึง วันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2530 เมื่อครั้งที่ได้จัดคณะท่องเที่ยวผู้สูงอายุไปพักผ่อนทางเหนือ ผมก็ป่วยด้วย

โรคปวดประสาทสมองเส้นที่ห้า (ประสาทสมองมี 12 คู่) เริ่มเป็นมาตั้งแต่วัยรุ่น โดยมีอาการปวดประสาทด้านขวาตั้งแต่เบ้าตาขึ้นไปถึง

กลางกระหม่อม ปวดอยู่ซีกเดียว ตอนนั้นยังเป็นหนุ่มแน่นอายุยังน้อย อาการก็ไม่ค่อยทรมานรุนแรงมากนัก กินยาแก้ปวดแรง ๆ ก็พอบรรเทาไป

ได้ แต่พอปี พ.ศ.2504 ผมเป็นเกิดปวดมากจนทนไม่ไหว ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช แต่ก็ไม่หาย แพทย์จึงรับตัวไว้เพื่อตรวจ

ละเอียด และรักษาที่ตึกวิบูลลักษณ์ ชั้นล่าง (ห้องที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้เสียแล้ว) โดยได้รับการดูแลเยียวยารักษาอย่างดี แต่อาการปวดประสาท

ก็รุนแรงมาก แทบจะผูกคอตายไปหลายหน


คืนหนึ่งเวลาประมาณสองทุ่มเศษ ๆ โรคปวดประสาทอาการกำเริบอีก พยาบาลให้กินยาและฉีดยาตามแพทย์สั่งไว้ แต่อาการก็ไม่หาย

ปวด ผมนอนหลับตา เอามือกุมขมับข้างที่ปวด แล้วก็ภาวนาบริกรรม พุทโธ ๆ ๆ ๆ ทำอาปานุสสติ ไปเรื่อย ๆ พอสงบ ประมาณสามทุ่มเศษ ๆ ก็

หลับตาเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งมายืนอยู่ข้างเตียง จึงลืมตาถามภรรยาและพยาบาลพิเศษที่เฝ้าอยู่สองคนนี้ว่า "ใครมา?" ได้รับคำตอบว่า "ดึก

แล้ว...ไม่มีใครมาหรอก" จากนั้นผมก็หลับตาเข้าสมาธิต่อ พอสักครู่ก็เห็นชัดว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง รูปร่างอ้วน มายืนอยู่ข้างเตียง ผมจึงเอ่ย

ปากออกถามว่า “หนูเป็นใครมาทำไมที่นี่" (พูดออกมาดัง ๆ เพื่อให้ภรรยาและพยาบาลได้ยิน) ภรรยาก็มาเขย่าแขนแล้วพูดว่า "เธอ นี่อยู่นี่

ๆ ” ก็คงคิดว่าผมคงป่วยมากจนเพ้อ แต่ผมก็บอกว่า "ไม่ได้เพ้อหรือเสียสติอะไรหรอก แต่ว่า...มีใครเห็นไหม?" มีเด็กมานั่งอยู่ข้างเตียงนี่ สอง

คนนั้นตอบว่า "ไม่มีใคร" แต่ผมก็ยังข้องใจ เพราะหนูคนนั้นยังนั่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม!


ก็เลยพูดออกมาดัง ๆ ว่า "จะคุยกับหนูคนนี้นะ ช่วยจด ๆ จำ ๆ ไว้ด้วย" แล้วผมก็ถามด้วยเสียงดัง ๆ ว่า "หนูเป็นใคร....มา

ทำไมในห้องนี้?" แม่หนูตอบว่า "หนูเคยป่วยในห้องนี้ และตายในห้องนี้เมื่อประมาณสองปีมาแล้ว" ผมก็ถามต่อว่า "เอ้อ! หนูเคยมาป่วยที่

ห้องนี้ หนูเป็นอะไรตาย?" หนูน้อยตอบว่า “ป่วยด้วยโรคอ้วนตายค่ะ" ภรรยาและพยาบาลช่วยกันจดใหญ่..."หนูเป็นลูกหลานใครกัน

จ๊ะ?"…"ตาหนูเป็นหลานเจ้าคุณอัชราชทรงสิริค่ะ" ผมทบทวนคำพูดดัง ๆ ทุกคำ เพื่อให้ผู้ที่กำลังฟังได้ยินด้วย แล้วถามต่อว่า"หนูมานี่มีความ

ประสงค์อะไรจ๊ะ" .."หนูมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาเสียชีวิตเมื่อปีหลายที่ตึกเด็ก เขาบอกว่าเขาเป็นลูกคุณอาเมื่อชาติที่แล้ว เขาอยากจะมาหา และมา

ช่วยคุณอาให้หายป่วยจากโรคนี้ เขาให้หนูมาบอกคุณอาก่อนค่ะ" จากนั้นผมก็ลุกขึ้นนั่ง เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ภรรยา กับพยาบาลฟัง...

พยาบาลคนนั้น ตื่นเต้นมาก พลางบอกว่า ที่ตึกนี้และห้องนี้ เมื่อประมาณปี 2502 มีเด็กผู้หญิงถึงแก่กรรมที่ตึกนี้


จากนั้นผมก็เข้านอน โดยไม่ลืมภาวนาบริกรรม พุทโธ ๆ ๆ ไปด้วย ต่อมาประมาณห้าทุ่ม ผมก็ปวดประสาทอย่างรุนแรง จึงตื่นขึ้นมาและ

ผมก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ที่หูว่า "เธอ! พ่อเธอนอนอยู่นี่ยังไง....เข้ามาซิ" ผมลืมตาขึ้นมองก็ไม่เห็นมีอะไร แต่พอหลับตาก็ได้ยินเสียงขึ้นมาอีก

ว่า "เข้ามาซิ เข้ามาเถอะ!" ผมลืมตาขึ้นอีกที ทีนี้เห็นเด็กสองคนเข้ามายืนข้างเตียงผม คนหนึ่งอ้วนคนเก่า อีกคนหนึ่งอยู่ในวัย 12 ขวบ หน้าตา

น่ารักน่าเอ็นดู เธอเดินมาข้างเตียงผมแล้วพูดว่า "พ่อ! หนูมาช่วยพ่อ" ผมจึงเรียกภรรยาและนางพยาบาลให้ตื่น แล้วถามว่า "เห็นเด็กผู้หญิงสอง

คนตรงนี้ไหม เด็ก ๆ มายืนอยู่ที่นี่แนะ!" พยาบาลเปิดไฟในห้องสว่างพรึ่บ แล้วบอกว่า "ไม่เห็นมีใครมาซักคนนี่คะ?" ผมจึงตอบไปว่า "มีซิ มี

แม่หนูสองคนมาเยี่ยม แล้วก็ยืนอยู่ตรงนี้ นี่ไงล่ะ" และผมก็ยื่นมือออกไปชี้ที่ตัวเด็ก ขณะที่ภรรยาผมกับพยาบาลตื่นขึ้นนั่ง ขยับตัวเข้ามาชิดกัน

(อาจจะเพราะความกลัว) จากนั้นหนูอ้วนยืนอยู่สักครู่แล้วก็ลาไป เหลือแต่แม่หนูตัวเล็กคนเดียว ตอนนี้เธอนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงนอนผม ข้อศอก

สองข้างเท้าที่นอนยันคางไว้ แล้วถามว่า...


พิมพวดี โหสกุล: คุณพ่อปวดศรีษะมากหรือคะ

นายแพทย์อาจินต์ : ตอนนี้ปวดมากจ้ะ!

พิมพวดี โหสกุล: (ยื่นมือข้างหนึ่งมากุมหรือกดศีรษะ ด้านที่ปวดของผมไว้) สักครู่จะทุเลา

นายแพทย์อาจินต์ : (ต่อจากนั้นสักพักอาการปวดก็สงบ) หนูเป็นใคร แล้วทำไม มาเรียกว่าพ่อ

พิมพวดี โหสกุล: ชาติที่แล้วหนูเป็นลูกของพ่อ

นายแพทย์อาจินต์ : อ้อ ชาติที่แล้วเป็นลูกของพ่อ ชาติก่อนนี้ หนูเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิง

พิมพวดี โหสกุล: เป็นผู้หญิงค่ะ

นายแพทย์อาจินต์ : หนูเป็นอะไรตายในชาติก่อน

พิมพวดี โหสกุล: หนูไปเล่นน้ำแล้วไถลลื่น และตกน้ำตาย

นายแพทย์อาจินต์ : หนูตายที่ไหน

พิมพวดี โหสกุล: ตกน้ำตายที่โรงโม่

นายแพทย์อาจินต์ : โรงโม่อยู่ที่ไหน

พิมพวดี โหสกุล: ก็แถว ๆ ท่าเตียนนี่แหละ ไม่ไกลเท่าไหร่

นายแพทย์อาจินต์ : ตอนที่ตกน้ำตายหนูอายุเท่าไหร่

พิมพวดี โหสกุล: ก็สิบกว่าขวบค่ะ

นายแพทย์อาจินต์ : ชาติก่อนนี้ พ่อเป็นอะไร

พิมพวดี โหสกุล: ชาติก่อนนี้พ่อรับราชการในรัชกาลที่ 3 เป็นผู้คุมนักโทษและราชมัล

นายแพทย์อาจินต์ : ราชมัล เป็นอย่างไร พ่อไม่รู้จัก

พิมพวดี โหสกุล: ราชมัล เป็นผู้คุม เป็นคนลงโทษนักโทษ ทรมานนักโทษ รวมทั้งประหารชีวิตนักโทษด้วย

นายแพทย์อาจินต์ : ที่พ่อป่วยนี้ ป่วยมานานเป็นเพราะอะไร แล้วเมื่อไหร่จะหาย

พิมพวดี โหสกุล: ป่วยเพราะกรรมเก่าที่ทำไว้แต่ชาติก่อน พ่อมีหน้าที่เกี่ยวกับนักโทษ ควบคุมลงโทษ ทรมานเขา กรรมก็ตามมาสนองในชาตินี้

นายแพทย์อาจินต์ : ก็ทำตามหน้าที่…หน้าที่ คือ ควบคุมทรมานเขา เราไม่ทำ เราก็ผิด

พิมพวดี โหสกุล: ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งรูปร่างอ้วนใหญ่ สูงดำ ถูกคดีฆ่าชาวบ้านตาย ทำทารุณต่าง ๆ แก่ราษฎร ความจริงนั้นเขาไม่ได้ทำ แต่

ชาวบ้านมารวมหัวกันใส่ความเขา พระอัยการก็คุมตัวมาลงโทษ สอบถามเขา เขาไม่ได้ทำ ก็ไม่รับ ราชมัลก็คือ พ่อ ได้ลงโทษเขา จับเขาเข้าขื่อ

เข้าคาตอกเล็บ แล้วเอาเครื่องมือมาบีบขมับเขา บีบขมับจนเขาสลบ เพราะความเจ็บปวด เขาก็ไม่รับว่าเป็นผู้ร้าย พ่อก็ลงโทษบีบขมับเขาอีก

เพื่อให้เขารับสัตย์ว่าเป็น เขาก็ไม่รับ ในที่สุดก็ทนทรมานไม่ไหว ก็ขาดใจตาย ก่อนตายเขาผูกใจอาฆาตพยาบาทไว้ว่าจะจองเวรไปทุกชาติจน

กว่าจะหมดเวร ตอนนี้กรรมมาตามทันอย่างเต็มที่แล้ว จึงได้ป่วยเช่นนี้

นายแพทย์อาจินต์ : เมื่อไหร่จะชดใช้กรรมนี้หมดเสียที

พิมพวดี โหสกุล: พ่อทำไว้มาก ทั้งกรรมดี และกรรมชั่ว กรรมก็สลับกันไป กรรมดีทำให้พ่อเกิดมาอย่างนี้ กรรมชั่วก็ตามมาสนองอย่างนี้ เวลา

ปวดประสาทมาก ๆ ให้นึกถึงหนู หนูจะมาช่วยให้บรรเทาเบาบางลง พรุ่งนี้แปดนาฬิกา หมอจะเอาพ่อไปผ่ากระโหลกศีรษะ

นายแพทย์อาจินต์ : พรุ่งนี้เช้าหรือ จะผ่ากระโหลกศีรษะพ่อหรือ

พิมพวดี โหสกุล: (เธอก็พยักหน้ารับคำ) หนูจะไปก่อนล่ะ

จากนั้นหนูน้อยคนนั้นก็หายตัวไป รุ่งขึ้นเวลา 8 นาฬิกา อาจารย์หมออุดม มาตรวจเยี่ยม ได้รับรายงานว่า เมื่อคืนนี้ปวดประสาทมาก

ปวดจนดิ้นถึงสองครั้ง ท่านยืนคิดสักครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดว่า "แปดโมงเช้านี้ จะเอาตัวไปผ่าตัด ผ่าเอาปมประสาทที่ปวดออก" แล้วหันมาสั่ง

พยาบาลให้ไปบอกหัวหน้าตึกให้เตรียมนำคนไข้รายนี้ไปผ่าตัด

ภรรยาและพยาบาลมองหน้ากันด้วยความงุนงงเต็มที่ เพราะไม่มีใครเชื่อว่าจะนำผมไปผ่าตัด ที่งงเพราะเมื่อคืนนี้ได้ยินผมพูดคนเดียว คือ

ทวนคำพูดของแม่หนูว่า พรุ่งนี้ 8 นาฬิกา หมอจะเอาไปผ่าตัด ตอนนั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง....มาตอนนี้เชื่อแล้ว เชื่อไม่มีความสงสัย! และการ

ผ่าตัดประสาทสมองนี้กินเวลาราว ๆ สี่ชั่วโมง พอราว ๆ เที่ยงเขาก็เข็นรถกลับมาที่เดิม ที่ในห้องมีแม่ผม ภรรยา พ่อตา แม่ยาย ค่ำวันนั้นก็เกิด

อาการปวดขึ้นมาอีก ทีนี้ปวดสองอย่างคือ ปวดเจ็บในสมองที่ผ่า ปวดแผล มิหนำซ้ำโรคปวดเดิมก็ไม่ทุเลา ทำให้เกิดทุกข์ทรมานมากกว่าเก่า

และแล้วก็นึกขึ้นได้ จึงพูดออกมาว่า "หนู! ช่วยพ่อด้วย" ผมตะโกนออกมาดัง ๆ ชั่วอึดใจเดียวก็ปรากฏร่างของเด็กหญิงคนเดิมมานั่งอยู่ข้าง

เตียง ผมจึงถามว่า

นายแพทย์อาจินต์ : มาแล้วหรือลูก ช่วยพ่อที ตอนนี้ปวดเหลือจะทนแล้ว

พิมพวดี โหสกุล: (แม่หนูก็เอามือมาวางที่ศีรษะ) เดี๋ยวจะทุเลา

นายแพทย์อาจินต์ : (ก็เป็นจริงดังว่า อาการปวดก็ทุเล)) หนูชื่ออะไรจ๊ะ

พิมพวดี โหสกุล: ก่อนที่จะตายนี้หนูชื่อพิมพวดี

นายแพทย์อาจินต์ : หนูเป็นอะไรตาย

พิมพวดี โหสกุล: หนูเป็นไข้เลือดออกตายค่ะ

นายแพทย์อาจินต์ : ตายที่นี่หรือ

พิมพวดี โหสกุล: ตายที่ตึกเด็กค่ะ

นายแพทย์อาจินต์ : ตายเมื่อไหร่จ๊ะ

พิมพวดี โหสกุล: เมื่อปี 2502 ค่ะ

นายแพทย์อาจินต์ : หนูมีพี่น้องกี่คนจ๊ะ

พิมพวดี โหสกุล: มี 5 คนค่ะ

นายแพทย์อาจินต์ : ผู้หญิง ผู้ชาย กี่คน

พิมพวดี โหสกุล: หนูเป็นผู้หญิงคนเดียว

นายแพทย์อาจินต์ : พ่อแม่คงจะเสียใจมากที่หนูตายไป

พิมพวดี โหสกุล: พ่อแม่เสียใจมาก เพราะหนูเป็นลูกผู้หญิงคนเดียว พ่อสร้างศาลาอุทิศส่วนกุศลให้หนูที่วัดมกุฎฯ เอาชื่อหนูไปตั้งศาลานี้ มีรูปหนู

และมีคำจารึก มีกระดูกที่เผาแล้วของหนู ฝังอยู่ในนี้ด้วยค่ะ พ่อดีขึ้นแล้ว หนูลาไปก่อน แล้วจะมาหาพ่ออีกค่ะ

พอรุ่งขึ้นเช้าอาการปวดก็กำเริบ ปวดทุรนทุรายร้องครวญครางอีก และทุกครั้งที่ปวดผมก็จะนึกถึง พิมพวดี ทันที ไม่ว่ากลางวันหรือกลาง

คืน ถ้าเป็นกลางวัน ก็จะได้ยินเสียงพูดว่า "พ่อ หนูมาแล้ว." แล้วเธอก็เอามือมาช่วยกุมที่ปวดจนผมทุเลา ต่อมาในเย็นวันหนึ่ง

ฯพณฯ ทวี บุณยเกตุ ซึ่งเป็นพี่ชายของผม ท่านได้ไปเยี่ยมพร้อมบุตรคือ บู๊-วีระวัฒน์ บุณยเกตุ ในนั้นอาการปวดของผมกำเริบปวดขึ้นมาก ๆ ผม

นอนร้องเรียก พิมพวดี ให้มาช่วย คุณทวี ก็พอทราบเรื่องอยู่บ้าง แล้วจากคำบอกเล่าของญาติ ๆ ท่านก็เลยนั่งอยู่ ซึ่งปกติท่านไปเยี่ยมบ่อยมาก

แต่ไปนั่งไม่นาน เพราะท่านทนความสงสารในความทุกข์ทรมานของผมไม่ไหว เย็นนั้นท่านนั่งอยู่นานหน่อย พอดีผมปวดมาก และร้องเรียกหนู

พิมพ์ ว่า "ลูก…มาช่วยพ่อที" จากนั้น พิมพวดี ก็ปรากฎตัวให้ผมเห็น ผมก็ถามว่า ...

นายแพทย์อาจินต์ : ผ่าตัดแล้วทำไมยังไม่หายอีก

พิมพวดี โหสกุล: ยังไม่หาย ยังไม่หมดเวรหมดกรรมที่ทำไว้

นายแพทย์อาจินต์ : แล้วเมื่อไหร่จะหาย

พิมพวดี โหสกุล: ก็ราว ๆ อีกสี่ปี พ.ศ.2508 นั่นแหละ

นายแพทย์อาจินต์ : แล้วจะทำอย่างไรต่อไป

พิมพวดี โหสกุล: พรุ่งนี้แปดโมงเช้า หมอจะเอาตัวไปผ่าตัดอีก จะต้องผ่าอีกสองครั้ง รวมเป็นสี่ครั้งในคราวนี้

นายแพทย์อาจินต์ : ต้องผ่าถึงสี่ครั้งเชียวหรือ

พิมพวดี โหสกุล: หนูจะลาไปก่อน วันนี้รีบหน่อย เพราะจะไปรับส่วนกุศลที่เขาอุทิศให้ที่ศาลาพิมพวดี

นายแพทย์อาจินต์ : เขาอุทิศกุศลให้เรื่องอะไร

พิมพวดี โหสกุล: เขาบำเพ็ญกุศลศพใครก็ไม่รู้ที่ศาลา คนตายมีเหรียญตรา มีสายสะพาย

คุณทวี นั่งฟังอย่างสงบ ก็อยากจะพิสูจน์ จึงให้ คุณวีระวัฒน์ ขับรถออกไปดูว่าที่ ศาลาพิมพวดี วัดมกุฎฯ มีการบำเพ็ญกุศลศพใคร คุณวีระ

วัฒน์ จึงรีบขับรถไปที่วัดมกุฎฯ ทันที และปรากฏว่าคืนนั้นมีการนำศพออกมาจากสุสาน นำมาบำเพ็ญกุศล เป็นศพของรองอธิบดีกรมเจ้าท่า รูป

ถ่ายหน้าโกศเป็นรูปเต็มยศ มีเหรียญตรา มีสายสะพายจริง ๆ คุณวีระวัฒน์ จึงรีบขับรถมาเรียนคุณทวีว่าเป็นจริงอย่างที่ผมทวนคำพูดทุกประการ

คืนนั้น ผมปวดอีกครั้งหนึ่ง พอเช้า อาจารย์หมออุดม ก็มาเยี่ยมอย่างเช่นเคย พอทราบว่ายังปวดอีก ท่านก็ยืนครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ แล้วหัน

มาสั่งพยาบาลว่าไปบอกหัวหน้าตึกให้เตรียมคนไข้นี้ไปห้องผ่าตัดอีกที เช้าวันนี้ก่อนแปดนาฬิกา ผมตะลึง ภรรยา และพยาบาล งง ทุกคนในตึก

นั้น เมื่อได้ทราบคำสั่งก็ประหลาดใจ เพราะพยาบาลที่เฝ้าเธอเล่าให้เพื่อน ๆ เธอฟังตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่า เช้านี้ผมจะต้องถูกผ่าตัดอีก เพราะ พิมพ

วดี บอกไว้



ข่าวลือ ข่าวจากปากต่อปาก ไปไกลกว่าประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชน จากนั้นก็มีชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งผมไม่รู้จักมาก่อนมาขอเยี่ยม สองท่านนี้

เอาพวงมาลัยพวงใหญ่มาแขวนให้ผมที่หัวเตียงนอน สักครู่ใหญ่ผู้ชายที่มาด้วยก็ขออนุญาตเอารูปถ่ายเด็กผู้หญิงราว ๆ สามสิบใบ มาวางเรียงบน

ที่นอนผม และท่านก็ถามว่า "คุณหมอ ช่วยชี้ซิครับว่า คนที่มาหาคุณหมอ มาคุยกับคุณหมอ แล้วบอกว่าชาติก่อนเป็นลูกสาวคุณหมอ และชาตินี้

เกิดมาเป็นลูกสาวผมน่ะ คนไหนในรูปถ่ายที่นำมาเรียงอยู่นี่" ผมลุกขึ้นนั่ง แล้วหยิบแว่นตามาสวมดูไปที่ละรูป ดูไม่นานนัก ผมก็หยิบเอารูปหนึ่ง

ขึ้นมา และบอกว่า "หนูคนนี้แหละครับ ที่มาหาผมทุกวัน" ทั้งสองท่านหุบรอยยิ้มที่มุมปาก คุณผู้หญิงร้องไห้โฮใหญ่ คุณผู้ชายก็เช็ดน้ำตา

แล้วกล่าวว่า "ใช่แล้วครับ รูปนี้คือรูปถ่ายหนูพิมพ์ พิมพวดี โหสกุล ลูกสาวผม ถ่ายในเครื่องแบบนักเรียน ส่วนนอกนั้นเป็นรูปเพื่อน ๆ ของหนู

พิมพ์"

นายเสียง : ผมทราบข่าวก็เลยถือโอกาสมาเยี่ยม และสอบถามถึงลูกสาวผม เพราะทุกวันนี้ ก็ยังระลึกถึงหนูพิมพ์อยู่เสมอ แกเป็นเด็กที่น่ารักน่า

เอ็นดูมาก ท่านั่งประจำของแกก็คือท่านั่งเท้าคาง เอาข้อศอกยันพื้นไว้ อย่างที่คุณหมอพูดจริง ๆ ผมชื่อ เสียง โหสกุล ครับ ตอนนี้หนูพิมพ์อยู่ที่

ไหน

นายแพทย์อาจินต์ จึงพูดขึ้นว่า หนูพิมพ์ยังอยู่แถว ๆ นี้ และมาเยี่ยมผมเกือบทุกคืน โดยมากก็ไม่เว้น แต่บางที่ก็มาตอนกลางวัน หนูพิมพ์

บ่นว่าคนถือขาหยั่งที่วางพวงหรีด เอาขาหยั่งไปเกี่ยวกับระย้าโคมไฟกลางศาลาพิมพวดี ตกลงมาแตกหลายอัน พ่อเธอไม่รู้เลยไม่มีใครไปทำให้ดี

เหมือนเก่า เธอเสียดายมาก ผมก็นอนอยู่ที่เตียงนี้มากว่าสิบวันแล้ว ไม่เคยไปนั่งในศาลาที่ว่านี้ แล้วผมจะรู้ว่าที่กลางศาลาพิมพวดี มีโคมไฟระย้า

ห้อยอยู่ได้อย่างไร แล้วเดี๋ยวนี้ตกลงมาแตกหลายอัน

นายเสียง จึงไห้คนขับรถบึ่งไปดูโคมไฟ ว่าเป็นจริงตามที่ผมพูดหรือไม่ พอคนขับรถกลับมาก็บอกว่า "ระย้าที่ห้อยโคมไฟขาดไปหลาย

อัน สงสัยว่าจะตกลงมาแตก" ท่านจึงสั่งว่า "พรุ่งนี้ให้ช่างไฟไปดู แล้วไปจัดการเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย"

คุณเสียง และภรรยา นั่งอยู่อีกสักพักก็กลับ ก่อนกลับได้ถามผมว่า หนูพิมพ์พูดหรือเปล่าว่า วิญญาณของเธอจะไปไหนต่อ ผมก็ตอบ

ว่า "อีกไม่ช้าหนูพิมพ์จะไปเกิด และทีนี้จะไปเกิดเป็นผู้ชาย เธอคุยกับผมว่าอย่างนั้น" พอได้ยินคำนี้ ภรรยาคุณเสียงก็ยกมือไหว้พึมพำว่า "เกิด

ชาติใดฉันใดขอให้มาเป็นแม่ลูกกันอีก" ก่อนจากกัน ทั้งสองท่านได้ออกปากเชิญผมว่า ถ้าผมหายป่วยเมื่อไหร่จะเชิญผมและภรรยาไปรับ

ประทานอาหารที่บ้านสักครั้ง ผมจึงออกปากขอรูปถ่ายของหนูพิมพ์ไว้ เพื่อจะได้ดู และอุทิศกุศลให้เธอ เวลาสวดมนต์และทำบุญกุศล


พอค่ำอาการปวดก็มาเยือน ผมนึกไปถึงหนูพิมพ์พยายามเข้าสมาธิไปมันก็ไม่ทุเลา หนูพิมพ์มาเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ พอรู้ว่าเธอมาผมก็พูด

ว่า "มาแล้วหรือลูก" แล้วผมก็ถามว่า "เมื่อไหร่จะหาย หรือหมดเวรกรรมเสียทีมันทรมานจริง ๆ " หนูพิมพ์ก็ตอบว่า "อีกสี่ปีถึงจะพบหมอที่จะ

รักษาให้หายขาดได้ เมื่อนั้นก็หมดเวร แล้วก็จะมีความสุขตลอดไป" ผมก็ถามต่อไปว่า "แล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ไนตอนนี้ เพราะตอนนี้ปวด

มาก" เธอตอบว่า "พรุ่งนี้ พ่อจะต้องถูกผ่าตัดอีก คราวนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับงวดนี้ และจะเป็นการผ่าตัดที่ทารุณที่สุดในชีวิตพ่อ!"


รุ่งเข้า 7 นาฬิกา อาจารย์ท่านก็มาเยี่ยมตามเคย พอได้รับรายงานจากพยาบาล ท่านก็ยืนนิ่งครู่หนึ่ง แล้วก็หันมาพูดกับผม

ว่า "เดี๋ยวแปดโมงเช้าเอาไปผ่าอีกที ทีนี้จะเลาะประสาทฝอยออกหมดทั้งแถบ มันคงจะไม่มีอะไรมาปวดอีกแล้ว" พอราว ๆ 8 นาฬิกา รถเข็น

คันนั้นก็มาอีก คราวนี้พยาบาลไม่ฉีดยาให้ก่อนผ่าตัด ผมจึงถามพยาบาลว่าทำไมไม่ฉีดยาสลบ ก็ได้รับคำตอบว่า คราวนี้อาจารย์จะผ่าสด ๆ ไม่ใช้

ยาฉีด ไม่ใช้ยาชาใด ๆ ทั้งสิ้น จะได้รู้ว่าประสาทฝอยเส้นไหนมันเสีย มันถึงปวด ผมก็นึกว่ากรรม กรรมแน่แท้

เวลาผ่าตัด ผมร้องออกมาดังกว่าวัว กว่าควาย ที่กำลังถูกเชือดอีก เพราะการผ่าตัดแบบนี้ เวลาดึงเส้นประสาททีไรก็สะดุ้งจนตัวลอย

พยาบาลห้องผ่าตัดก็กดหัวไว้ ทั้ง ๆ ที่พันธนาการไว้อย่างเหนียวแน่น ผมร้องโอดโอย ดังที่สุดในชีวิต เจ็บที่สุดในชีวิตปวดที่สุดในชีวิต และ

ทารุณที่สุดในชีวิต เหมือนกับที่ หนูพิมพ์ บอกไว้ไม่มีผิด และสุดท้ายผกก็สลบไปเอง เพราะความเจ็บปวด มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อพบว่าตัวเองมาอยู่ใน

ห้องนอนที่สายน้ำเกลือรุงรัง มีสายยางอยู่ที่จมูกที่ปาก ก็พบภรรยาและพยาบาลที่นั่งเฝ้าอยู่ พอหลับตาสักครู่ หนูพิมพ์ ก็เอามือมากุมตรงที่แผลผ่า

ตัด และที่ปวดอยู่ ผมก็ถามเธอว่า

นายแพทย์อาจินต์ : พ่อหมดเวร หรือยัง

พิมพวดี โหสกุล: พ่อชดใช้กรรมตามที่เขาอาฆาตไว้มากแล้ว ต่อไปนี้จะดีขึ้น ๆ

นายแพทย์อาจินต์ : พ่อจะถูกผ่าตัดอีกไหม

พิมพวดี โหสกุล: ไม่มีอีกแล้ว

นายแพทย์อาจินต์ : แล้วจะปวดโรคประสาทนี้อีกไหม

พิมพวดี โหสกุล: ยังมี แต่ไม่ทารุณมากนัก จะมีอีกสี่ปี

นายแพทย์อาจินต์ : แล้วจะให้พ่อทำอย่างไรต่อไป

พิมพวดี โหสกุล: ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาไปเรื่อย ๆ ขออโหสิเขาเสียภาวนา แล้วส่งในไปแผ่ส่วนกุศลให้เขาเสมอ ๆ นะพ่อนะ

นายแพทย์อาจินต์ : พ่อจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่

พิมพวดี โหสกุล: วันอาทิตย์นี้แหละจ้ะ…พ่อ

นายแพทย์อาจินต์ : ถ้ามันยังไม่หาย จะกลับไปได้อย่างไร

พิมพวดี โหสกุล: ก็ยังมีกรรมเบา ๆ หลงเหลืออยู่อีก ถึงจะเป็นก็ไม่รุนแรงเท่าคราวนี้จ้ะ

นายแพทย์อาจินต์ : เวลาพ่อกลับบ้านแล้ว พ่อจะเรียกให้ลูกไปหาจะได้ไหม

พิมพวดี โหสกุล: หนูจำต้องลาไปเกิดแล้ว และเป็นผู้ชายจ้ะ..แล้วลูกเข้าบ้านพ่อไม่ได้ เจ้าที่ เจ้าทาง เขาห้ามจ้ะ หนูลาพ่อเลยนะ และ

ทีนี้จะไม่มาอีกแล้วจ้ะพ่อ พ่ออย่าลืมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขา และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย นะพ่อนะ

เสียงหนูพิมพ์แว่ว ๆ แต่ชัดเจนติดมาจนบัดนี้…แล้ว หนูพิมพ์ ไม่ปรากฏกายให้เห็นอีกเลย อาการปวดผมก็บรรเทาเบาบางลง ๆ ซึ่งตอนที่

ออกจากโรงพยาบาล ก่อนกลับบ้านผมถือรูปหนู พิมพวดี ไว้ในมือ แล้วสั่งให้รถแวะไปที่วัดมกุฏกษัตริยารามก่อน เพื่อไปดูศาลาพิมพวดี ไปดูรูป

หนูพิมพ์ผู้มีพระคุณ ผมยกมือขึ้นอุทิศส่วนกุศลให้เธอ และบอกเธอว่า จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ เมื่อสวดมนต์ก็จะอุทิศส่วนกุศลให้เธอทุกวัน จน

กว่าผมจะตายไป และขอให้ได้พบกันเป็นพ่อลูกทุก ๆ ชาติ

...และนี่คือเรื่องราวเหนือธรรมชาติ เกี่ยวกับ "พิมพวดี โหสกุล" หนูน้อยระลึกชาติ ซึ่งขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคล ในการตัดสินใจ

ที่เชื่อว่าวิญญาณมีจริงหรือไม่?

ขอบคุณที่มา www.kapook.com

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฟันธงไข่เกิดก่อน "ไก่" แน่

นักวิชาการดึกดำบรรพ์วิทยาเปิดเผยว่า การขุดพบไดโนเสาร์ ดึกดำบรรพ์ ของพิพิธภัณฑ์หลวงเทอเรลล์ ที่เมืองอัลเบอตา ของคานาดา แจ้งว่ารัง

ของไดโนเสาร์ขนาดเล็กพันธุ์หายากชนิดหนึ่ง ช่วยทำให้ ขบปัญหาโลกแตก ที่ถามว่า “ไข่เกิดก่อนไก่ หรือไก่เกิดก่อนไข่” ลงได้


พวกเขาได้พบรังไดโนเสาร์ชนิดกินเนื้อกับไข่ของมันที่ยังไม่ได้ฟัก สมัยเมื่อ 77 ล้านปีมาแล้ว ที่ชายหาดที่เป็นทรายริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่ง คงจะ

เป็นเพราะระดับน้ำขึ้นที่เอ่อสูงขึ้นมา ทำให้แม่ไดโนเสาร์ต้องทิ้งไข่ที่ยังไม่ทันฟักอยู่ในรังซึ่งกลายเป็นหิน นักวิจัยได้ศึกษารังและบางส่วนของไข่

5 ฟองพบว่า ตัวรังมีลักษณะคล้ายเนินดิน มีขนาดโตครึ่งเมตรและหนักราว 50 ก.ก.


นายฟรังซัวส์ เทอเรนภัณฑารักษ์แผนกไดโนเสาร์ ดึกดำบรรพ์ แห่งพิพิธภัณฑ์หลวงเทอเรลล์ ที่นครอัลเบอตา ประเทศคานาดา กล่าวว่า ลักษณะ

การสร้างรังของมัน คล้ายกับของนก มันมีการออกไข่โดย ปล่อยทางปลายด้านแหลมลง และการกกไข่


ทางด้านดาเรีย เวเลนิตสกี้นักวิชาการดึกดำบรรพ์ วิทยา ผู้เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ ได้วิเคราะห์รังไดโนเสาร์อย่างใกล้ชิด บอกอย่างหนัก

แน่นว่า แม้จะยังไม่อาจตอบปัญหาโลกแตก เรื่อง “ไก่เกิดก่อนไข่ ไข่เกิดก่อนไข่” แต่จากการตีความโดยไม่เกินความจริง ก็พอจะตอบปฤศณานั้น

ได้อย่างชัดเจน” ดูจากรังที่พบเห็นได้ว่า ไดโนเสาร์พันธุ์นี้สร้างรังแบบนก และวางไข่อย่างนก มาก่อนเป็นเวลานาน ก่อนที่จะเกิดนกขึ้น โดยที่นก

วิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์อีกต่อหนึ่ง” สรุปว่า “ดังนั้น ไข่ต้องเกิดก่อนไก่แน่นอน”.


ที่มา นสพ.ไทย

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

บางครั้ง....

บางครั้ง สิ่งที่ดีที่สุด...ก็ไม่ใช่...สิ่งที่ถูกต้องที่สุด...

บางครั้ง สิ่งที่ถูกต้องที่สุด ...ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด...


บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าไว้ใจได้มากที่สุด...แต่กลับทำลายเราได้มากที่สุด

บางครั้ง สิ่งที่คิดว่าทำลายเรามากที่สุด...กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เราไว้ใจได้มากที่สุด...


บางครั้งเรา อยู่ในโลกแคบจนลืมมองถึงโลกกว้าง...

บางคร้ง ปัญหาแค่ปลายนิ้วก้อย...แต่กลับทำให้มันเป็นฝ่ามือ


บางครั้งคำพูดคน...ก็เชื่อใจไม่ได้...

บางครั้ง ไม่มีอะไรมาวัดปริมาณคำพูดว่าจะเชื่อถือได้มากเพียงใด...มีแต่เวลาพิสูจน์...


บางครั้งโลกนี้มันก็โหดร้าย...มากกว่าที่เธอคิด

บางครั้งโลกนี้ก็สวยงาม...ไม่ได้โหดร้ายเหมือนที่เธอคิด


บางครั้งคนเราก็ต้องการ...แค่ใครสักคนที่เข้าใจ...

บางครั้งคนเราก็ต้องการที่จะเข้าใจตัวเอง...


บางครั้งเราก็ไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้

แต่บางครั้งเราก็สามารถ กำหนดทิศทางของเราเองได้


บางครั้งบทเรียนที่ต้องจดจำคือการเรียนรู้ของตัวเอง

บางครั้งบทเรียนที่ต้องย้ำเตือนคือการเรียนรู้ของผู้อื่น


บางครั้งคนเราก็ร้องไห้อย่างไม่มีสาเหตุ

แต่บางคน...ทุกสาเหตุ... ก็ระบายด้วยน้ำตา...


บางครั้งการที่ได้หัวเราะกับคนที่เรารักทำให้ชีวิตมีความสุขได้ทั้งวัน...

แต่บางครั้งเสียงหัวเราะ...อาจกลายเป็นรอยน้ำตา...


บางครั้งกลางวัน ก็อาจจะมืด...

แต่บางครั้งกลางคืนอาจจะสว่าง...


บางครั้งแสงสว่างก็มักจะอยู่ในที่เรามองไม่เห็น

แต่บางครั้งความมืดอาจจะอยู่ในที่ที่เรามองเห็นชัดเจน


บางครั้งสายลมก็พัดเอาความเหน็บหนาวมาให้

แต่บางครั้งสายลมก็ โอบกอดฉันไว้อย่างอ่อนโยน...


บางครั้งคนเราก็หัวเราะกลบความเศร้า ....แอบยิ้มเมื่อใจฝืนทน

บางครั้งคนเราก็เหงาเมื่ออยู่ลำพัง

แต่มักจะบอกกับตัวเองว่า...ฉันไม่เหงา...ฉันไม่ต้องการใคร...

365 วันเพื่อเรียนรู้คำว่า รัก

คำว่า "รัก" สั้นแต่บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้คำๆ นี้ ถ้าคิดจะปลูกต้นรัก ต้อง

รู้จักรดน้ำ พรวนดินให้สัมพันธ์ภาพยืนนาน หลายๆ คนก็ต้องเสียอนาคตและบางคน

ถึงกับต้องจบชีวิตของตนเองก็เพราะคำนี้ ในขณะที่อีกหลายๆ คนดูเหมือนประสบ

ความสำเร็จในการเรียนรู้คำว่า "รัก" มีชีวิตครอบครัวที่ใครๆ อิจฉา แต่จริงๆแล้วเจ้า

ตัวไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับพยายามดิ้นรนเพื่อเรียนรู้คำว่า "รัก" จน

ครอบครัวสับสนวุ่นวาย เชื่อว่าคนที่เกิดมาทุกคนนอกจากความรักที่ได้รับจากคุณ

พ่อคุณแม่และญาติพี่น้องแล้วพวกเขาก็สนใจที่จะเรียนรู้คำว่า "รัก" อยู่ตลอดชีวิต

วันนี้เรามีนิทานที่จะเล่าให้ฟัง หวังว่าเมื่ออ่านจบแล้วพวกเราคงได้เข้าใจและเรียนรู้

คำว่า "รัก" ได้มากขึ้น................เรื่องมีอยู่ว่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมรั้ว

เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น

เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย... อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร? วันที่

1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยาก

เห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของ

เมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก็มีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้

ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู วันที่

3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอ

ตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..

รอ วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่

แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับ

การได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่แรงกล้า วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่

จะรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด และดูแลต้นไม้ เธอรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมา

จากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน เธอทิ้งต้นไม่นั้นไว้โดยไม่สนใจมันอีก..ต้นไม้เริ่ม

แห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก.. วันที่ 180 ใบไม้

เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจ

อย่างมาก วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้

พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น วันที่ 251เธอนำกระถางมารับแสงแดด

อ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและ

พรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ วันที่ 300

การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และ

ที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีแดงเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ... เด็ก

หญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีแดงนั้น

ทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะ

กลายเป็นอะไรต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอเพียงทะนุ

ถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรง

หน้าเธอไม่มีดอกไม้สีแดงรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป แต่เธอไม่

เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถ

พูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย เด็ก

ผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก และในที่สุดเธอเรียนรู้ว่า 1. ต้นไม้

แห่งความรัก หากรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่จัด และดูแลต้นไม้มากจนเกินไปไม่

ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโต แต่มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง อาจดูน่าสนใจ

แต่สิ่งที่ได้มานั้นจะนำมาซึ่งความผิดหวัง เสียใจก็เป็นได้ 2. การที่เราคาดหวังกับ

ความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น และถึงแม้เรา

จะยอมรับที่จะสูญเสียแต่ก็ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้ 3. ช่วงแห่งการดูใจกัน

หากจะรักใคร จงปลดปล่อย "คนที่รัก" ให้เป็นอิสระ หากรักนั้นย้อนกลับมา รักนั้นก็

คือของเราและจะเป็นของเราตลอดไป หากรักนั้นมิได้กลับมา รักนั้นก็มิได้เป็นของ

เราตั้งแต่แรก 4. การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป 5.

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรักแท้ เพราะ “รัก” เริ่มต้นใหม่ได้ด้วย การรู้จักให้อภัย

รู้จักลืมสิ่งที่เคยผิดพลาดระหว่างกัน การรู้จักขอโทษ และไม่พยายามทำผิดอีก

ความอดกลั้น อดทน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน ความเข้าใจซึ่งกัน

และกัน แล้วปรับความเข้าใจใหม่อยู่เสมอ ความไว้วางใจกัน ต่างต้องรู้จักเคารพใน

สิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก เพราะว่า

ต้นไม้ใดๆ ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้ ความเสียสละ ไม่ยึดติด ไม่เรียกร้อง

และปราศจากเงื่อนไข

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

'พื้นที่เล็กๆ กับคำศัพท์ของวัยรุ่น'

ห้วงเวลาของการเป็นวัยรุ่น คือห้วงเวลาของความสุข ความสนุกสนาน ความบ้า ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ หลายคนเก็บเกี่ยว บ่มเพาะ และคัด

กรอง สิ่งที่เรียกว่าความสุขแห่งช่วงวัยนี้ และยิ้มกับมันทุกครั้งที่คิดถึง หลังก้าวผ่านและกำลังก้าวขึ้นสู่วัยที่เรียกว่า'ผู้ใหญ่'

คำพูดของวัยรุ่น คือ คำพูดที่เป็นคำศัพท์เฉพาะ ใช้กันเองในวงสนทนา หรือในกลุ่ม จากคำพูดของพวกเขาเหล่านี้ ทำให้มีผู้ใหญ่หลายคนที่ทั้งชีวิต

คงมีแค่สีขาว-ดำ หรือสีหม่นอื่นๆ เท่านั้น ติติงว่าคำพูดเหล่านี้จะทำให้ภาษาไทยวิบัติ

ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของคำศัพท์ที่ผู้เขียนคิดว่าทันกระแสที่สุด เชิญพินิจและทำความรู้จักกันได้

-'แพร่ม' คือการพูดที่มีลักษณะของการพูดไปเรื่อยๆ จับสาระอะไรไม่ได้ เป็นอาการคล้ายการพร่ำบ่น แต่หนักกว่า

-'เช' คือ โอเค เป็นคำตอบรับสั้นๆ ทำหน้าเด็กๆ เข้าไว้เวลาพูด และพยายามหยีฟันให้ดูเด็กๆเข้าไว้

-'ก็โอนะ' มีความหมายเดียวกับเช แต่คำนี้มีความต่างตรงที่ ผู้พูดต้องเป็นผู้หญิง ดูเริ่ดๆเชิดๆ เท่านั้น

-'อึน' คือ งง มึน ใช้กับผู้ชายที่มีหน้าตาหรือชอบทำหน้า มึน งง ตลอดเวลา สาวๆ หลายคนชอบผู้ชายแบบนี้แต่ไม่มีสาเหตุว่าชอบเพราะอะไร

-'ใจมากๆ' เป็นคำชมผองเพื่อนที่ปฏิญานตนว่าจะรักกันตลอดไป และหนึ่งในกลุ่มเพื่อนได้แสดงหรือกระทำบางสิ่งที่บ่งบอกว่ารักเพื่อนมาก

ประมาณว่า 'ตายแทนกันได้'

-'ซุย' คือ ความมั่ว มั่วไปเรื่อยๆ โดยไม่สนคำครหา และยังทำท่า หน้าตา หรือแสดงว่าตนได้ทำมันอย่างสุดความสามารถ ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ

-'เกรียน' คือความไม่เก่งจริง ดีแต่พูด คำๆ นี้เกิดมาเพื่อตรงข้ามกับคำว่าเซียน ที่หมายถึงความเก่งจริง มีความสามารถจริง

-'โดน' คือ ใช่เลย ถูกต้อง คำนี้จะใช้กับเหตุการณ์ธรรมดาไม่ได้ ต้องเป็นเหตุการณ์ที่วาบหวาม ชวนฮามากๆ

-'งานเข้า' คือ ลักษณะของงานที่พุ่งเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว เป็นอาการประมาณว่า 'ธุรกิจรัดตัวเลยทีเดียว' ใช้เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่อยากทำ

แต่ต้องทำ ณ ที่นั่น เวลานั้น เดี๋ยวนั้น

-'เบิน' คือลักษณะขยาย ยื่น บวม สำคัญที่สุดคำนี้ต้องใช้ 'ปาก' เท่านั้น เพราะเมื่อปากมีกิริยาดังกล่าว อาจด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้ กินเผ็ด

มาก โดนต่อย เป็นแผล ฯลฯ เมื่อเกิดอาการประเภทนี้ต้องรีบรักษาด่วน ไม่อย่างนั้นคุณจะถูกเรียกว่า 'ปากเบิน'

-'เปรี้ยว' คือลักษณะของผู้หญิงที่ดูมีอะไรมากกว่าผู้หญิงทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแต่งตัว หรือแสดงออกที่สื่อว่าเซ็กซี่ตลอดเวลา แต่

อาจหมายถึงผู้หญิงที่มีความคิดแรงๆ แหกกฏของผู้หญิงทั่วไป ประมาณว่า 'ล้ำเหลือเกินแม่คุณ'

-'เนียน' คือลักษณะของคนที่ทำในสิ่งที่คิดว่าคนอื่นไม่รู้ ทำตัวกลมเกลียวไปกับสถานการณ์หรือเรื่องนั้นๆ โดยไม่สนว่าสิ่งนั้น 'ถูก'หรือ 'ผิด'

คำศัพท์เหล่านี้คือ 'วัจนภาษา' อย่างหนึ่งที่ผู้เขียนมั่นใจว่า ผู้พูดมีความชัดเจนในตัวเอง เป็นคนกลุ่มเล็ก เป็นวัยที่กำลังย่ำออกจากพื้นที่เล็กๆ ที่

ตัวเองเชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งความยิ่งใหญ่ สามารถสนับสนุนความคิดตนเองได้ดีที่สุด ไปสู่พื้นที่ใหญ่กว่าเดิม อาณาจักรใหญ่กว่าเดิม ที่สำคัญ

ทุกคนที่ก้าวล้ำเข้าไปในอาณาจักรแห่งนี้ล้วนทะนงว่าตัวเองคือเจ้าของอาณาจักร นั่นคือ 'อาณาจักรของความเป็นผู้ใหญ่' นั่นเอง

ของกินสุดสยอง

คำจำกัดความของเกรดมาฝาก(ฮาๆ)

A = animal สมองน้อย

อันเกรด A เขาว่าเหมือนเช่นสัดว์

วันๆ ฟัดแต่ตำราน่าอดสู

A Animal สมองน้อยหงอยน่าดู

สงสัยครู ให้ได้ไง ไม่ค่อยเจอ


B = basic ก็แค่พื้นๆ

B Basic ใครๆก็ทำได้

เพราะมันง่ายกันไปจนน่าขำ

คนว่า"เบ" เกินไปเลยไม่ทำ

กลัวตอกย้ำความเบสิกสะกิดใจ


C = common ธรรมดา งั้นๆ

C Common แบบนี้สิใช้ได้

คนทั่วไปยอมรับและนับถือ

เกรดแบบนี้ได้มาเรียก "ฝีมือ"

แต่ก็ถือว่ายังอ่อนเกินไป



D = diligent ฉลาด หลักแหลม

D Deligent เกรดสุดฮิตของคนขยัน

ฟิตทั้งวันแต่เลคเชอร์ไม่เคยสน

conc. วิชา จีบสาว ม่อเกินทน

สุดยอดคน นายเยี่ยมมาก พูดจากใจ


F = fever เก่งจนเกิดกระแสความดัง

เกรดใดๆไม่เท่า F Fever

ได้กันเกร่อรู้ทั่วถึงไหนๆ

ใครได้มา ก็ Fever น่าชื่นใจ

แล้วค่อยไป เรียนซัมเมอร์ ด้วยกันเอย.

-------------------------------

ลองคิดกันเล่นๆจะเอาเกรดไหนกันดี^^

10 โรคประหลาดที่ไม่น่าเป็นมากที่สุดในโลก

โลกเรายังมีโรคแปลกๆ ที่ยังรักษาไม่หายอยู่เป็นจำนวนมาก แม้แต่แพทย์ยังไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำให้ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานอย่าง

แสนสาหัส ซึ่ง 10 โรคต่อไปนี้เราอาจจะเคยได้ยิน หรือเห็นคนเป็นโรคมาบ้าง แต่บางโรคก็ไม่เคยได้ยินเลย และเพิ่งจะรู้ว่ามีโรคนี้อยู่บนโลกด้วย



1 .โรคค็อดทาร์ดหรือโรคศพเดิน (Walking Corpse Syndrome) เป็นหนึ่งในโรคทางจิต ตั้งชื่อตามนายแพทย์จูลส์ ค็อดทาร์ด แพทย์

ด้านสมองชาวฝรั่งเศส ที่พบว่าผู้ป่วยคนหนึ่งของเขาเป็นโรคนี้ นายแพทย์ค็อดทาร์ดกล่าวถึงผู้ป่วยที่เขารักษาว่า "เธอไม่เชื่อว่าเธอมีอวัยวะ จึง

เห็นว่าไม่จำเป็นต้องกินอาหาร"ผู้ป่วยมีความเชื่อว่าสูญเสียอวัยวะสำคัญ แม้กระทั่งสูญเสียวิญญาณ ผู้ที่เป็นมากๆ จะเชื่อว่าตนตายไปแล้ว ทั้ง

ยังได้กลิ่นเหม็นเน่าจากเนื้อของตัวเอง รู้สึกว่าเหมือนหนอนกำลังกัดกินเนื้อ บางคนเชื่อว่าตัวเองไม่มีกระเพาะ จึงไม่กินอาหาร เป็นไปได้ว่าผู้ที่

เป็นโรคเสพยาบ้า โคเคน มากเกินไป และอาจเกี่ยวข้องกับโรคจิตเภท โรคอารมณ์แปรปรวน


2.โรคแวมไพร์ซินโดรม ได้ชื่อว่าแวมไพร์ต้องนึกถึงผีค้างคาวดูดเลือด ที่ออกอาละวาดในยามราตรี แต่กลัวแสงสว่างเป็นที่สุด ผู้ป่วยโรคนี้ก็เช่น

กัน คือกลัวแสงสว่าง เพราะเมื่อถูกแสงแดดแล้วจะเจ็บปวดอย่างมหาศาล ผิวแห้งแตกเป็นขุย มีรอยไหม้


3. โรคจัมพิ่ง เฟรนช์แมน ออฟ เมน (Jumping Frenchman of Maine Disorder) เป็นโรคที่นายแพทย์จอร์จ มิลเลอร์ เบียร์ด อธิบาย

ไว้เป็นคนแรก เมื่อค.ศ.1878 คาดว่าผู้ป่วยที่เขาพบนั้นเป็นชายชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส ผู้ป่วยจะเกิดอาการเมื่อถูกกระตุ้น เช่น ถ้าตะโกน

ดังๆ ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งผู้ป่วยก็จะทำตามนั้น เช่น มีผู้ตะโกนว่า "ตบหน้าเมีย" ก็จะกระโดดเข้าไปตบหน้าภรรยาของตนเองทันที หรือถ้าได้

ยินประโยคแปลกๆ ประโยคที่เป็นภาษาต่างประเทศ ก็จะพูดประโยคนั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้


4.โรคเส้นบลาชโค (Blaschko"s lines) ผู้เป็นโรคจะลายริ้วๆ ไปทั้งตัว นับเป็นโรคหายากอีกโรคหนึ่ง ไม่สามารถอธิบายได้ตามหลักกาย

วิภาค ผู้ที่กล่าวถึงโรคนี้เป็นครั้งแรกคือนายแพทย์อัลเฟรด บลาชโค แพทย์ด้านผิวหนังชาวเยอรมัน ที่กล่าวถึงอาการของผู้เป็นโรคเมื่อ

คศ.1901 บริเวณกระดูกสันหลังจะเป็นเส้นรูปตัว V บริเวณหน้าอก ท้อง และข้างลำตัวจะเป็นเส้นรูปตัว S


5.โรคพิคา หรือโรคที่กินวัตถุที่ไม่สามารถบริโภคได้ ผู้ที่เป็นโรคจะมีความอยากกินวัตถุที่ไม่ใช่อาหารมาก เช่น ดิน กระดาษ กาว โคลน ไม่

ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่มีวิธีรักษา แต่เป็นไปได้ว่าร่างกายขาดแร่ธาตุบางอย่าง


6.โรคอลิซในแดนมหัศจรรย์ หรือ "ไมครอพเซีย" เกิดจากความผิดปกติของสมอง ที่แปรสัญญาณไปยังสายตาผู้ป่วยให้มองทุกอย่างเล็กจาก

ความเป็นจริง ทั้งที่สายตาของผู้ป่วยไม่มีความผิดปกติใดๆ เช่น มองสุนัขที่เลี้ยงไว้ ก็จะเห็นว่ามีขนาดเท่าหนู รถยนต์คันใหญ่ ก็จะเห็นว่ามีขนาด

เท่ากับรถเด็กเล่น


7.โรคบลูสกิน หรือ "โรคผิวสีน้ำเงิน" ผู้เป็นโรคจะมีร่างกายเป็นสีน้ำเงิน ที่สหรัฐเมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว ครอบครัวของนายมาร์ติน ฟูเกต

เด็กกำพร้าชาวฝรั่งเศส และเข้ามาตั้งรกรากอยู่บริเวณลำธารทร็อบเบิ้ลซัมครีก รัฐเคนตั๊กกี้ เมื่อค.ศ.1820 เป็นโรคนี้กันอย่างถ้วนหน้า เริ่มจากที่

นายฟูเกตเองที่เป็นโรคอยู่แล้ว เมื่อเขาสมรสกับหญิงปกติ ลูก 4 ใน 7 คนเป็นโรคสีน้ำเงินเหมือนพ่อ ลูกหลานที่มาจากเชื้อสายนี้อีก 6 ชั่วคน

ยังเป็นโรคนี้ด้วย โดยหนูน้อยเบนจามิน สเตซี่ ที่มีเชื้อสายฟูเกต เป็นคนในตระกูลล่าสุดที่เป็นโรค โชคดีที่เด็กชายไม่เป็นมาก เพียงไม่นานหลัง

จากเกิดก็หาย ปัจจุบันเด็กชายอายุ 8 ขวบ


8.โรคเวอร์วูล์ฟซินโดรม ผู้ป่วยจะมีขนยาวรุงรังตามหน้าตา แขนขา ทุกส่วนของร่างกาย คาดว่าปัจจุบันมีผู้เป็นโรคประมาณ 50 คนจากทั่วโลก

เช่น เด็กชายปรัชวิราช พาทิล ชาวอินเดีย ที่ต้องเจ็บปวดจากการล้อเลียนของเพื่อนๆ และสังคม ซึ่งครอบครัวพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อช่วย

เหลือ ทั้งใช้เลเซอร์แบบแพทย์แผนปัจจุบัน ไปจนถึงการรักษาแบบทางเลือก อายุรเวช


9.โรคมือเท้าช้างหรือ "เอเลแฟนต์เทียซิส" เป็นโรคที่พบเห็นกันค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนที่มียุง เนื่องจากยุงเป็นพาหะของ

โรค โดยจะแพร่หนอนปรสิตวูชีเรเรียแบนครอฟตี หนอนปรสิตบรูเจียมาลายี หนอนปรสิตบี.ทิโมลี มายังคน ทำให้ไข่ของหนอนปรสิตเข้ามาใน

กระแสเลือดและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย มันอาจใช้เวลาฟักตัวนานหลายปี ที่เว็บไซต์ของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนระบุว่า โรคมือเท้า

ช้างเป็นโรคที่เกิดจากหนอนพยาธิตัวกลมฟิลาเรีย มีลักษณะคล้ายเส้นด้ายอาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลืองของคน โดยมียุงเป็นพาหะนำโรค อาการที่

เห็นได้ชัดคือ ขา แขน หรืออวัยวะเพศบวมโตผิดปกติ เนื่องจากภาวะอุดตันของท่อน้ำเหลือง โรคเท้าช้างในประเทศไทยมี 2 ชนิด ชนิดแรกเกิด

จากเชื้อบรูเจียมาลายี มักมีอาการแขนขาโต พบมากในบริเวณที่ราบทางฝั่งตะวันออกของภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจนถึงนราธิวาส โดย

มี "ยุงลายเสือ" เป็นพาหะ ยุงชนิดนี้กัดกินเลือดของสัตว์และคน ชอบออกหากินเวลากลางคืน มีแหล่งเพาะพันธุ์ตามแอ่งหรือหนองน้ำที่มีวัชพืช

และพืชน้ำต่างๆ เช่น จอก ผักตบชวา แพงพวยน้ำ หรือหญ้าปล้อง ชนิดที่สองเกิดจากเชื้อวูชีเรเรียแบนครอฟตี มักทำให้เกิดอาการบวมโต

ของอวัยวะสืบพันธุ์และแขนขา พบมากในบริเวณภาคตะวันตกของประเทศไทย เช่น ที่อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก อำเภอละอุ่น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นต้น ยุงพาหะนำโรคเท้าช้างชนิดนี้ได้แก่ "ยุงลายป่า" เพาะพันธุ์ตามป่า

ไผ่ ในโพรงไม้ และกระบอกไม้ไผ่ ปัจจุบันพบว่าเชื้อโรคเท้าช้างชนิดวูชีเรเรียแบนครอฟตี สายพันธุ์ที่นำเข้าโดยผู้อพยพจากชายแดนไทย-พม่า มี

ยุงพาหะหลายชนิดรวมทั้งยุงรำคาญ ซึ่งเป็นยุงบ้านที่พบได้ทั่วไป คนที่มีอาการมักจะเกิดจากการที่ถูกยุงที่มีเชื้อพยาธิเท้าช้างกัดซ้ำหลายครั้ง

อาการในระยะแรก ผู้ป่วยอาจมีไข้ ซึ่งเกิดจากการอักเสบของต่อมและท่อน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรืออัณฑะ เนื่องจากพยาธิตัวแก่ที่อยู่ใน

ท่อน้ำเหลืองสร้างความระคายเคืองแก่เนื้อเยื่อภายใน รวมทั้งมีการปล่อยสารพิษออกมาด้วย อาการอักเสบจะเป็นๆ หายๆ อยู่เช่นนี้ และจะกระตุ้น

ให้เกิดอาการบวมขึ้น หากเป็นนานหลายปีจะทำให้อวัยวะนั้นบวมโตอย่างถาวรและผิวหนังหนาแข็งขึ้นจนมีลักษณะขรุขระ


10.โรคโพรจีเรีย หรือ "โรคแก่ก่อนวัยอันควร" เป็นโรคที่เกิดจากรหัสทางพันธุกรรมตัวหนึ่งบกพร่อง ทำให้ผู้ป่วยมีรูปร่างหน้าตาแก่กว่าอายุจริง

มาก ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะอายุสั้น คือไม่เกิน 13 ปี มักเสียชีวิตจากสาเหตุหัวใจล้มเหลว หัวใจวาย อาการของผู้เป็นโรคคือ หัวล้าน กระดูกบาง มี

รูปร่างเตี้ยแคระ มักเจ็บปวดตามข้อ แต่เมื่อแรกเกิดแล้วจะดูเหมือนกับเด็กปกติ

เปลือกไข่กินได้

ไข่เป็นอาหารที่หาทานได้ง่าย ราคาถูก สามารถประกอบอาหารได้หลายอย่าง แต่เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่ทางการแพทย์พบว่า ไข่

ประกอบด้วยคลอเรสเตอรอล ที่ทำให้คลอเรสเตอรอลในเลือดสูง และทำให้อัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด จึงมีคำแนะนำว่าในผู้ใหญ่ไม่

ควรทาน

ไข่เกินสัปดาห์ละ 3ฟอง แต่จากการวิจัยในระยะหลังๆ พบว่า คลอเรสเตอรอลที่มีในไข่ มีผลต่อคลอเรสเตอรอลในเลือดน้อยมาก

ดังนั้นจึงเริ่มมีการรณรงค์ให้ทานไข่กันมากขึ้น และเพิ่มคำแนะนำให้ทานไข่วันละหนึ่งฟอง คำแนะนำใหม่นี้ใช้ได้จริงหรือไม่ เป็นคำถามที่

หลายคนสงสัย หรือเป็นเพียงคำโฆษณา


องค์ประกอบของไข่ แบ่งออกเป็น สามส่วนใหญ่ๆ คือ

1. เปลือกไข่ (Shell) เป็นเปลือกแข็ง ห่อหุ้มด้านนอก

2. ไข่ขาว (White egg) มีลักษณะเหลวใสหรือสีเหลืองอ่อนห่อหุ้มไข่แดง

3. ไข่แดง (Yolk egg) มีทรงกลมมีส้มหรือแดง อยู่ตรงกลาง ถ้ามีไข่ที่มีเชื้อ ส่วนของไข่แดงจะเปลี่ยนไปเป็นตัวอ่อนและฟักออกมาเป็นตัว

ได้

ที่มา: www.thaiclinic.com

ใครที่ชอบทานไข่ ทราบหรือไม่ว่า เปลือกไข่ก็มีประโยชน์เหมือนกัน วันนี้เกร็ดความรู้มีมาฝากกัน...

- เปลือกไข่อุดมด้วยธาตุเหล็ก นำเปลือกไข่มาล้างให้สะอาด อบย่างให้ร้อนแล้วตำให้เป็นผงละเอียดนำไปหุงปนกับข้าวสาร เป็นอาหารที่มีคุณ

ค่าบำรุงดีมาก และสารอาหารที่จะได้รับจากเปลือกไข่ ก็คือ แคลเซี่ยม

- เปลือกไข่ยังมีประโยชน์ใช้สอยในด้านเป็นเครื่องมือทำความสะอาดสามารถนำไปใช้ขัดล้างอ่างล้างหน้าอ่างอาบน้ำและเครื่องใช้เซรามิคทั้ง

หลาย

- ใช้แทนแปรงล้างขวดหรือภาชนะที่มีปากแคบ

- ใช้เป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ได้

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

MVถ้าเธอมีจริง Monkey hero

ภาษาไทย ก-ฮ ฉบับขำๆ

ภาษาไทย ก-ฮ ฉบับขำๆ นี้ บัญญัติโดยใครไม่รู้ รู้แต่ว่าโด๊น โดน วัยรุ่นไทยสมัยนี้มากๆ

การบ้าน
1.วัตถุอย่างหนึ่ง มีคุณสมบัติทางกายภาพคล้ายไวน์ ต้องหมักบ่มไว้ เป็น สัปดาห์ จนเย็นวันสุดท้าย (ก่อนส่ง) จึงค่อยหยิบขึ้นมาทำ จะได้รสชาติซาบซ่านดีแท้
(คำเตือน: ห้ามหมักบ่มเกิน 3 วิชา มิฉะนั้นคืนก่อนส่ง อาจมีอาการตาค้าง ไม่ต้องนอนทั้งคืน)
2. สิ่งที่มักค้นไม่เจอในกระเป๋า ตอนวันส่ง

กำ (ภาษาวัยรุ่น) คำอุทาน
เวลาค้นกระเป๋าจนทั่ว แต่เจือกหาสมุดการบ้านไม่เจอ
เกมส์
วัตถุอย่างหนึ่ง สำคัญกว่าการบ้าน 800 ล้านเท่า ได้มาปุ๊บติองเล่นทันที มิฉะนั้นจะทำให้ฟุ้งซ่าน ลงแดง
บางรายอาจมีอาการคลุ้มคลั่งแทรกซ้อน ควรปรึกษาอาเจ้ร้านเกมส์แถวบ้านท่านอย่าเร่งด่วน (คำเตือน: ยังไงก็แบ่งเวลาให้เป็นแล้วกันนะน้อง)
กระจกรถ
กระจกบาง ๆ ไม่กี่มิลลิเมตร ที่กั้นคนขับรถและคนขายพวงมาลัยให้ไกลกันหลายเมตร

กระดาษทิชชู
กระดาษไร้ค่าที่จะมีค่ายิ่งกว่าเพชรเมื่อมันไม่อยู่ในห้องน้ำตอนที่ต้องการใช้
กระสุน
คุณค่ามันคือคุณฆ่าใคร
กล้วยแขก
อาหารที่ไม่สามารถหากินได้ในอินเดีย เหมือนกับเฟรนช์ฟรายส์ในฝรั่งเศสและลอดช่องสิงคโปร์ในสิงคโปร์
กอล์ฟ
กีฬาที่ทำให้เศรษฐีผู้ขี้เกียจขึ้นบันได ยอมเดินไกลหลายกิโลเมตรโดยไม่บ่น
การกระทำ 1
คนอาจสงสัยในสิ่งที่คุณพูด แต่เขาจะเชื่อในสิ่งที่คุณทำ
การกระทำ 2
อาจไม่ได้ลงเอยด้วยความสุขทุกครั้ง แต่คงไม่มีความสุขครั้งใดเกิดขึ้นมาโดยไม่มีการกระทำ
การขับขี่ยานพาหนะ
ทำให้ความสามารถในการดื่มสุราลดลง
การแข่งขัน
เป็นกลไกของตลาด แต่เป็นศัตรูตัวฉกาจของผลกำไร
การเป็นผู้นำ
การทำให้ใครบางคนทำในสิ่งที่ตนต้องการ เพราะว่าใครคนนั้นต้องการทำ
การให้
ในสิ่งที่คุณไม่ต้องการ ไม่ใช่การให้
ก้าวไป
สำคัญกว่าการก้าวถึง

กิ๊ก
วัตถุไวไฟ ไม่ควรนำมาใกล้กับแฟน............ทางที่ดีไม่มีจะดีกว่านะเฟ่ย ไอ่น้อง
กระทรวง
การศึกษาบ้านเราจะเจริญก้าวหน้ามากถ้าไม่มีสิ่งนี้
(ปล. เอ๊ ผมไม่ได้ระบุน๊าาาว่ากระทรวงอะไร)
การ์ตูน
1. การ์ตูน >หนังสืออ่านนอกเวลา อาจอ่านในเวลาได้เป็นบางโอกาส เวลาที่ครูหันไปเขียนกระดาน
2. การ์ตูน > หนังสือที่มีชั้นวางเป็นอย่างดี ในขณะที่หนังสือเรียนถูกเก็บในลิ้นชัก....
3. (แบน) การ์ตูน > ผลงานเชิดหน้าชูตา (งามหน้า) แห่งปี ของกระทรวง อะเด่อ....ได้เสียงชื่นชมจากผู้ปกครองไปเยอะล่ะเซ่
กวดวิชา
ข้ออ้างแม่ไปเที่ยวสยาม
________________________________________

ขึ้นเขียง
การเดินเข้าสอบอย่างมาดมั่น โดยไม่มีหนังสือซักตัวอยู่ในหัวเลย
ข้างๆ
โอกาสสุดท้าย ก่อนขึ้นเขียง ..........เอ้า หันไปดูซะ
ขึ้นเขียงชัวร์
อาการเมื่อคน"ข้างๆ" ...มันเจือกไม่มีอะไรในหัวมาเหมือนกัน
ไข่
สัญลักษณ์แห่งผู้กล้า มักปรากฏที่หัวมุมข้อสอบของไอ้พวกหันไปดู"ข้างๆ" แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
ใครได้มาครอบครองจะมีอำนาจพิเศษ.... สามารถออกห้องสอบได้ทุกเมื่อ
เขียม
เก็บออม ใช้เงินประหยัด .....แต่จะดีมาก ถ้าเอ็งไม่เอาไปเล่นปังย่า = ="
ขึ้นคาน
กลัวกันจิ๊งงง พวกนผู้หญิงทั้งหลาย ยังมีเวลาอีกเยอะ ไม่ต้องรีบหาหรอก น้องเอ๋ย
ข้อสอบรั่ว
ข้อสอบมันรั่วจริงๆนะ …ไม่มีอะไรเกี่ยวกับตระกูลชินวัตรเลยจริงจริ๊งง... โปร่งไซ้โปร่งใส
ข่าวลือ
สิ่งที่มีประสิทธิภาพไวกว่าแสง
________________________________________

เคมี(หรรษา)
1 ใน 3 วิขาแสนสนุกของสายวิทย์ (ฟิสิกส์แสนสนุก เคมีหรรษา และ ชีวะฮาเฮ) , ABC ขั้นสูง สอนให้เรารู้ว่าบางที Na ไม่จำเป็นต้องอ่านว่า นา เสมอไป
(สถานีต่อไป.............โซเดียม โซเดียม = =" )
คอร์สเอนท์
1. เสียไป 7500 เพื่อไปนั่งตูดบานฟังคนใบ้หวย (เก็งข้อสอบ) ตั้งแต่เช้าจรดเย็น
2. ปีไหนตรงก็ดังกันไป ปีไหนไม่ตรงก็ ..... "อ๋อ ปีนี้มันเปลี่ยนแนวออกครับน้อง"
3. บางคนคิดว่า แค่ไปเรียนคอร์สเอนท์แล้วจะเอ็นติด.....ถ้าเอ็งไม่กลับมาทบทวนแล้วมันจะติดมั้ยยย
(จะปลูกต้นไม้ให้งาม ใส่ปุ๋ยอย่างเดียวมันไม่เข้าหรอก ต้องขยันพรวนดินด้วยเฟ่ย)
คาราโอเกะ
1.เสีย 10 บาทเพื่อไปนั่งฟังเพื่อนสวดมนต์ในตู้แคบๆ (...บางคนเรอให้ฟังก็มี)
2.วิชาภาคบังคับของกระทรวง เห็นเด็กนักเรียนต้องไปสอบกันทุกวัน
ค ว ย
คล่องแคล่ว ว่องไว ยิ้มแย้มแจ่มใส ...........= ="...(เฮ่ออ... เกือบไป)
คณะกรรมการวันเยาวชนแห่งชาติ
________________________________________

ง.
ถูกทุกข้อ...............(...ตัวช่วยสุดท้ายสำหรับพวกหัวกลวงมาสอบ)
งับๆ - ภาษาวัยรุ่น (...หรือพวกที่พยายามคิดว่าตัวเองยังเป็นอยู่)
นิยมใช้การแช็ท เล่นเอ็ม เพื่อแสดงความน่ารักน่าสมเพศ เอ้ย... เอ็นดู
คาดว่าชาติก่อนมันคงเกิดปลาคาร์ปกัน
ง้าบบ
การลากเสียงเพื่อแสดงมารยาสาไถย นัยว่าทำให้ดูน่ารักยิ่งขึ้น(เห้ๆ) กรุณาอย่าใช้บ่อยจนเกินเหตุอาจทำให้ผู้อ่าน หรือผู้ฟัง เกิดความเอ็นดู จนต้องหาอะไรไปตบปาก
งุงิๆ
...........เฮ่ยย เลิก"งุงิ"ได้แล้ว ...............ฟังแล้วตรูงุงิเฟ่ย
งืม งืม
............เออ เอาเข้าไป...= ="
เงิน
สิ่งที่พ่อแม่ให้มาซื้อข้าว แต่เห็นชอบเอาฝากไว้กับป้าร้านเกมส์กันจ๊างงง
________________________________________

จ.
ไม่มีข้อถูก ............. (อ๊ากกกก!!!! แล้วทีนี้ตรูจะมั่วอันไหนดีฟะเนี่ย)
((อันนี้ก็ช่วยไม่ได้เน่อ โยนหัวก้อยกันเองระหว่าง ง กับ จ ))
จีบสาว
สิ่งที่เด็กวิศวะส่วนใหญ่ (ไม่ใช่ผมเน่อ) ถนัดที่สุด แต่หารู้ไม่ว่าที่พวกเอ็งทำน่ะ มันเสี่ยวแดกที่สุดเช่นกัน
(หมายเหตุ: ขออภัยสำหรับคนภาคอีสานครับ เสี่ยวอันนี้เป็นคำพ้องรูปพ้องเสียงครับ ไม่ได้มีความหมายล่วงเกินท่านแต่ประการใด)
จุฬา
(เชื่อว่า)เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ จึงทำให้มีนักเรียนจากทุกสารทิศต่างแย่งชิงกันมาเข้าที่นี่ ถึงกระนั้น เหตุผลอีกหลักอย่างหนึ่งของนักเรียนชายที่อยากเข้าที่นี่ก็คือ........................แหะ แหะ .. รู้กันๆ
________________________________________

ถูกมั่งผิดมั่ง ...(ไม่มีว้อยยย!!!!!)
________________________________________

ชายเซนเตอร์
การเรียนโดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ซึ่งครูบางท่านเข้าใจผิดว่าให้เด็กไปอ่านเอง ทำความเข้าใจเอง
........แล้วไม่ให้เด็กมันออกข้อสอบเอง ทำเอง ตรวจเอง ไปเลยอ่ะครับ 'จารย์
เช็คชื่อ
ระบบเช็คความตั้งใจเรียนของเด็ก ซึ่งได้ผลมากๆ .................. เฮ้ยวันนี้ กรูจะไปร้องเกะ ฝากมรึงเช็คด้วยนะ
ชีวะ(ฮาเฮ)
1 ใน 3 วิชาแสนสนุก, สปช. ขั้นสูง วิชาที่สามารถทำให้เราเข้าใจสิ่งง่ายๆรอบตัวเรายากขึ้นมามหาศาล
ตัวอย่าง ... คน - Homosapien Sapien
ข้าวหอมมะลิ - Passus Gamesus
ชาวนา - Homosapien sapien de Passus Gamesus ( = = มั่วแล่ว)
ปิ๊กาจู - Pigasetorian Yellosinus (พอแล้วว้อยย!!!
________________________________________

ซ่งติง
อวัยวะอย่างหนึ่ง ทำหน้าที่คล้ายเมคอัพ ...นิยมใช้ซับหน้าคู่อริ
ซกมก
....บางคนพยายามแปลงชื่อผมเป็นซกมก.... = ="..........ผมชื่อซงย้ง โว้ยยยย
ซ่อม
โอกาสสุดท้ายจริงๆแล้วนะเฟ่ยย
ซิ่ว
1. พวกอยากเด็ก ชอบทำตัวเด็ก อยากไปเรียนกับรุ่นน้อง
2. ไอ้หัวกลวงภาคสองกลวงตอนม.ปลายยังไม่พอ ยังเข้าไปกลวง กันต่อที่ มหา'ลัย
3.พวกที่ลืมไปว่า มหา ลัย ไม่มีให้ "ซ่อม"
________________________________________

เดอะเบรน
คณะตลกชื่อดัง มีสัญลักษณ์เป็นรูปตาแก่หัวฟู
เด็กแนว
วิถีแห่งลูกผู้ชาย(เหรอวะ??) ..หลายคนพยามยามไขว่คว้าทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้ถูกเรียกด้วยคำนี้ หารู้ไม่ว่า วิถีแห่ง"แนว" ไร้ซึ่งวิถี .....ปรมัตถ์อยู่ที่อัตตาตน
(โห.. ตรูคิดได้ไงฟะเนี่ยยยย)
เด็กแร็บ
มนุษย์เป็ดใส่เสื้อพ่อ
________________________________________

แต่วว
อาการชนิดหนึ่ง แต่ววว มากๆ
สังเกตบทสนทนาต่อไปนี้
ในช่วงเวลารับประทานอาหารเช้าของครอบครัวหนึ่ง
ลูก : ...แม่ครับ พ่อครับ ต่อไปนี้ ผมจะเลิกเล่นแร็คแล้วครับ
พ่อแม่ : อื้มม... ดีมากลูก เข้าใจที่พ่อแม่บอกแล้วสินะ
ลูก : .... ผมจะหันมาเล่นปังย่าแทน
พ่อแม่ : .....เกร๊งงงง ๆ (เสียงพ่อแม่ทำช้อนหล่น)
......................แต่วววว......................
________________________________________

ท่าไก่ย่าง
ท่าเต้นที่อันตรายที่สุดในโลก (เด็กอายุต่ำกว่า 18 ไม่ควรลอกเลียนแบบ) บางรายอาจมีอาการหัวใจวายตายได้ เต้นกันมาหลายสิบปี ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากท่าเต้นนี้เป็นจำนวน 1 คน ทางกระทรวง (เจ้าเก่า) ได้เล็งเห็นถึงความอันตรายอย่างหาที่เปรียบมิได้นี้ จึงสั่งแบนรับน้อง............ซึ่งถือเป็นการกระทำที่มีเหตุมีผลเป็นอย่างยิ่ง น่านับถือๆ

ทนายความ
คนที่ยื่นมือเข้าช่วยคนทำผิดกฎหมาย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
________________________________________

นอนหลับ
การนอนหลับที่ถูกสุขลักษณะควรกระทำในห้องเรียน และไม่ควรนอนหัวค่ำเพราะจะทำให้เสียเวลาเล่นเกมส์ (ล้อเล่นจ้าา ^_^)
นักการฑูต
คนที่บอกให้คุณไปลงนรกได้ด้วยวิธีพูดที่ทำให้คุณอยากไปแทบจะรอไม่ไหว
นักโฆษณา
คนที่รู้จักเลือกพูดแต่ความจริงเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการเฉพาะครึ่งที่ดี
นักข่าว
คนที่สามารถไปถึงที่เกิดเหตุก่อนหรือพร้อมกันกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
นักร้องวัยรุ่น
เด็กหนุ่มสาวที่มีหน้าตาเป็นอาวุธ และเครื่องแต่งเสียงกับ sound engineer เป็นเพื่อนตาย
น้ำตา
พลังน้ำที่ผู้หญิงสามารถสยบความแข็งแกร่งของพลังงานแห่ง ความเป็นชายได้
________________________________________

บ้านพ่อ
บ้านที่มีของแปลกๆ มากที่สุดในโลก
สังเกตบทสนทนาต่อไปนี้
บุญกึ่ม : เฮ้ยย ดูหมาตัวนั้นดิ มันกินหญ้าด้วยแหละ
สมปรี๊ด : (โบ้กบาลบุญกึ่มไปที) หมาบ้านพ่อเมิงสิ!!มีเขา
(เห็นมะ หมาบ้านพ่อมีเขาด้วยล่ะ)
บุหรี่
ใบยาสูบที่มีกระดาษพันอยู่ โดยมีไฟติดอยู่อีกข้างหนึ่งและมีคนโง่อยู่อีกข้างหนึ่ง
________________________________________

ไปเรียนพิเศษ
1.ไปแร่ด
2.เรียนพอเป็นพิธี (ประมาณ 20-30 นาที)... แล้วค่อยไปแร่ด
ปลิ้น
อ้วนแล้วเสือกใส่เอวต่ำ , ....มลภาวะทางสายตาขั้นร้ายแรง
ประสบการณ์
ชื่อที่มนุษย์ตั้งให้กับความผิดพลาดที่ทำในอดีต
________________________________________

พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก
วลีชื่อดัง มีที่มาจาก กษัตริย์แห่งประเทศมะเจิ่มเจ๋ย ต้นราชวงศ์เหา อันเกรียงไกร
(มีศักดิ์เป็นพ่อพระเจ้าเหา )
มีชื่อเสียงในการปลูกมันสำปะหลังส่งออกทั่วโลก จนนานาอารยะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
พระเจ้าจอร์ช มัน (สำปะหลัง) ยอดมาก”
(คำเตือน: เด็กอายุต่ำกว่า 12 และสตรีมีครรภ์ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน มิฉะนั้นอาจมีผลต่อการบั่นทอนสติปัญญาของลูกท่านได้)
((เวร แล้วเพิ่งจะมาเตือนเนี่ยนะ))
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด มันยอดมาก
คาดว่าลูกแม่ค้าขายกล้วยแขกเป็นคนนำมาเผยแพร่
....สวนสัตว์ดุสิตโพล สำรวจมาแล้วว่า หลังจากได้ฟังวลีนี้
ทำให้ประชากรไทย 87 % มีความอยากกินกล้วยแขกขึ้นมาฉับพลัน
(อ๊ากกกก พูดไปแล้ว ผมก็อยากกินว้อย)
พ่อค้า - แม่ค้า
คนที่อดีตเคยเป็นข้างต้นที่กล่าวมาแล้วโดนเลย์ออฟเพราะเศรษฐกิจ
โพย
วัตถุล้ำค่า มักปรากฏในรูปของยางลบ และใบเสร็จอะไรซักอย่าง มักส่งต่อกันอย่างลับๆ ... อันตรายมากหากตกไปอยู่ในมือที่ 3
(หมายเหตุ: หลังจากออกห้องสอบ วัตถุนี้กลายสภาพเป็นเศษกระดาษไปโดยปริยาย)
________________________________________


ฟิสิกส์(แสนสนุก)
1 ใน 3 วิชาแสนสนุก, วิชาวาดเขียนขั้นสูง นึกอะไรไม่ออกให้วาดรูปไว้ก่อน
________________________________________

ภาษาไทย
เรียนมา 12 ปี ....นู๋ก้อยางเขียงม่ายเปงซักทีนะเคอะ งุงิงุงิ
(หมายเหตุ (ซีเรียส): ขอทีนะน้องๆ เอ็งจะเขียนในเมล ในเสปซ พี่ไม่ว่า ... แต่อย่าเอามาใช้สื่อสารต่อหน้าสาธารณชนได้มั๊ย รู้จักกาละเทศะกันหน่อยนาา น้องเอ๋ย)
ภาษาอังกฤษ
กูดม้อนนิ่งที้ดเช่อ ....กูดม้อนิ่งสะติ๊วเด้น ฮาวอ๊ายู ....แอมฟายแต๊งกิ้ว แอ่นยุ.....แอมฟายแต๊งกิ้ว ซิตดาว......... = ="
ถาษาใจ
........ (เสี่ยวแดกไรเมิง!!!!)
________________________________________

ม่อ
กิจกรรมยามว่างของเด็กวิศวะ(ส่วนใหญ่) นิยมไปกันเป็นฝูงเหมือนพวกวัวควายตกมัน
....... เห็นแล้วอนาถแทน ตกลง...เมิงจะไปม่อ หรือ จะไป ฉุดค้าววว = ="
เมา
กิจกรรมหลังเลิกเรียนของเด็กวิศวะ(ส่วนใหญ่) นิยมไปกินกันเป็นฝูงเหมือนหมาหมู่หิวโซ (เออ ด่าเข้าไป คณะตัวเอง!!!) ความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง คือมันสามารถเมาได้ทุกเทศกาล แม้วันมามาก
เมาปลิ้น
พบเห็นได้ตามทางเดิน เข้าคณะวิศวะ ในช่วงเช้า หลังวันสำคัญ(และไม่สำคัญ)ต่างๆ
เม้าท์
กิจวัตรประจำวันของผู้หญิง สำคัญพอๆกับการหายใจ ผลจากการวิจัยปอยเปตปะตรองตรม แห่งหนองมะหละแหม่ง รายงานว่า ขาของยีนส์คู่หนึ่งในโครโมโซมคู่ที่ 18.22 ขาดหายไป ทำให้ร่างกายต้องการ "เรื่องชาวบ้าน"ไปเลี้ยงสมองตลอดเวลา ( เอิ๊กๆ ล้อเล่นนะก๊าบบบบบ อย่าโกรธ )
________________________________________

ยินยอม
ศิลปะในการแบ่งเค้กให้ทุกๆคน โดยทำให้แต่ล่ะคนคิดว่าตนเองได้เค้กชิ้นใหญ่สุด

________________________________________


รับน้อง
ผลงานเชิดหน้าชูตา(งามหน้า)ของกระทรวง(อีกแล้วเหรอวะ) ต้องขอบคุณในวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของท่าน ที่ปลูกฝังให้เด็กไทยกลายเป็นเครื่องจักรมนุษย์ เรียนๆๆ ทำงานๆๆ
โรงเรียน
1.โรงเรียน - สถานที่เอาไว้เคารพธงชาติ ส่งการบ้าน และเอาการบ้านใหม่ไปทำ
2.โรงเรียนกวดวิชา - โรงเรียน
3.โรงเรียนชายล้วน - แรกๆก็ ชายล้วน อยู่หรอก แต่นานๆไปชักเริ่ม ......บรึ๋ยยยยย สยิวววกิ้ววว..!!!
4.โรงเรียนหญิงล้วน - เวลาโรงเรียนเลิกจะกลายสภาพเป็นแหล่งชุมนุมของเหล่า เด็กช่าง วิศวะ สถาปัตย์ ซึ่งต่างมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย
________________________________________

เลกเชอร์
ศิลปะในการถ่ายทอดข้อมูล จากกระดาษโน้ตของอาจารย์ไปยังกระดาษโน้ตของนักศึกษาโดยที่ผ่านหรือไม่ผ่านหัวสมองของทั้ง 2 ฝ่าย
________________________________________


วัด
สถานที่สุดท้ายที่เด็กวัยรุ่นจะเข้า ........บางคนถึงกับลืมไป.. อ๊ะ มีสิ่งนี้ด้วยเหรอเนี่ยย
(หมายเหตุ: เฮ่ย หัดเข้าวัดกันบ้างนะพวกเอ็ง)
เวร
1. สิ่งที่จำกันไม่เคยได้ซะที ว่าทำกันวันไหน
2. เวรรร ตรูว่าแล้ววว ว่าไอ้"… มันต้องลืมทำเวร
วัยรุ่น
สิ่งมีชีวิตที่โดนหลอกง่ายที่สุดในโลก

วาเลนไทน์
1.วันขอตังค์แม่ไปซื้อดอกไม้ให้แฟน
2.วันแห่งความรัก(แฟน)
3.สับรางให้ถูกละก๊านนน ...... ไอ้พวกมากกิ๊ก
วันประกาศผลเอ็นท์
วันพิพากษาของเหล่าเด็กนักเรียน วันสุดท้ายแห่งการทำงานหนักของผู้ทำความสะอาดศาลเจ้า
________________________________________

สยามสแควร์
1. สวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ อุดมไปด้วย เสือ สิง กระทิง แรด..........หรือแม้กระทั่ง งูเหลือมกินแหนม = ="
2. สยาม (เซนเตอร์พอยนท์) แหล่งน้ำกลางป่า ที่ฝูงสัตว์มักแวะเวียนกันมาหาคู่
สาด
1. คำกริยานิยมใช้ในเทศกาลสงกรานต์ แต่ถ้าเป็นคำพูด อาจโดนเขวี้ยงกบาลด้วยขันเอาง่ายๆ
2. คำสุภาพของคำว่าสัตว์
สังเกตุบทสนทนาต่อไปนี้
ครู : เอ้าเด็กๆ ตัวอะไรอยู่ที่สวนสัตว์จ๊ะ?
เด็กๆ : สาดดดดด!!!!!!!
หมายเหตุ: โดยส่วนตัวผมไม่ชอบคำนี้นะ มันดูหยาบคายไปหน่อยน่ะ ผมใช้ "เห้ๆ" นะ ซึ่งฟังดูไม่ค่อยหยาบคายเท่าไหร่ (โดย ชมรมรักตัวตะกวดแห่งประเทศไทย)
สอบ
1. สอบไล่ ...เส้นคั่นระหว่างนรกกับสวรรค์, พรมแดนสุดท้ายสู่อิสระภาพ (ชั่วคราว), เค้าไล่แล้ว แต่บางคนก็ยังไม่ยอมไปกัน =="
2.สอบเก็บคะแนน ..."ชิบหายแหล่ววว... วันนี้มีสอบเก็บคะแนนนี่กว่า ...เฮ้ย...แมร่ง ลืมว่ะ”.......... (...ประจำ)
3.สอบเอนท์ ...พรมแดนสุดท้ายสู่....คุกนรกอีก 4 ปี (หรือมากกว่านั้น)
________________________________________

เหล้า
อาหารหลักของเด็กวิศวะ และสถาปัตย์ (ส่วนใหญ่)...... สันนิษฐานว่ามันกินเพื่อล้างท้อง เพราะเห็นมันกินทีไรก็อ้วกออกทุกที , ข้ออ้างในการเข้าสังคม.....อย่าไปเชื่อมันน้อง ไม่กินก็จบมาเป็นผู้เป็นคนได้
หย่า
Future tense ของคำว่า “แต่งงาน"
ห้องประชุม
สถานที่ซึ่งทุกๆ คนจะส่งเสียงโดยไม่มีใครฟังและไม่มีใครยอมรับอะไร
หมอ
คนที่ช่วยชีวิตคุณด้วยยาและฆ่าคุณทีหลังด้วยบิลค่ารักษา
หมอดูลายมือ
คนแปลกหน้าที่สามารถจับมือแฟนคุณได้ต่อหน้าต่อตา โดยไม่โดน...
หาว
จังหวะเดียวในชีวิตที่ผู้ชายที่แต่งงานแล้วบางคนมีโอกาสได้อ้าปาก
________________________________________


อาชญากร
ก็เหมือนคนเราๆท่านๆนี่แหละ เพียงแต่ถูกจับได้
แอพพลายฟิสิกส์
1.สถาบันกวดวิชา (เก็งข้อสอบ)ดีเด่น
2....ตีกรอบ... กาดาว... แอบดู...
เอ็นทรานซ์
บางคนคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต .........ความจริงมันอยู่ที่ตัวน้องเองตะหาก อย่าลืมว่า ทางเดินเส้นไหนมันก็มีจุดหมายปลายทางเหมือนกันนะเฟ่ย.....ขึ้นอยู่กับว่า แกจะเดินไป หรือ มัวแต่นั่งท้อแท้
เอ็มเอสเอ็น
เครื่องมือระบายอารมณ์ของคนรุ่นใหม่ โกรธใครเกลียดใคร แอบชอบใคร ก็ไปตั้งเป็นชื่อ เอ็ม (เออ คอมมันคงจะเดินไปบอกให้หรอก)
บางคนว่างจัดทำตัวหนังสือเล็กๆใหญ่ แถมมีเครื่องหมายบ้าๆบอๆอะไรมาห้อยอีก
... สวยของเอ็ง แต่เซ็งของผมกั๊บบ (มันอ่านยากม๊ายยย!!!)
________________________________________


ฮานามิ
ข้าวเกรียบรวยเพื่อน.............................................................................แต่กรูจนว้อยยย!!!

ที่มา fwd mail

หลักฐานที่แสดงว่าคุณเป็นคนไทยแท้ 100%

ไม่ต้องควักบัตรประชาชน ไม่ต้องร้องเพลงชาติพิสูจน์ ถ้ามีคุณสมบัติต่อไปนี้ แสดงว่าคุณคือคนไทยแน่ๆ

- คุณรู้จักอาหารไทยชนิดอื่นที่ไม่ใช่ต้มยำกุ้ง ผัดไทย ต้มข่า

- คุณจะโกรธมากถ้าใครเอาเท้าชี้ของให้คุณดู

- เวลามีฝรั่งมาถามทางคุณจะมีอาการหน้าซีด เหงื่อตก และรีบมองหาตัวช่วย

- เวลาเห็นคนแซงคิว คุณจะนึกด่าอยู่ในใจ แต่ถ้ามีโอกาส คุณก็แซงคิวเหมือนกัน

- ในชีวิตคุณ ต้องเคยดูละครอมตะ บ้านทรายทอง คู่กรรม และดาวพระศุกร์มาแล้ว อย่างน้อย 1 ครั้ง

- คุณรู้ชื่อจริงๆของเมืองหลวงไทยคือกรุงเทพฯ ไม่ใช่แบ็งคอก(Bangkok)

- ไม่มีอะไรแก้เมื่อยให้คุณได้ดีกว่าการนวดแผนโบราณ

- พนักงานสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ให้บริการคุณแบบขอไปที

- คุณแยกออกว่าหน้าตาของคนไทย จีน ญี่ปุ่น ลาว ต่างกันอย่างไร

- คุณรักในหลวง

- คุณใส่เสื้อสีเหลืองทุกวันจันทร์ และกำลังหาเสื้อสีชมพูมาใส่อีกตัว

- คุณรู้ว่าสงกรานต์หมายถึงวันหยุดยาวประจำปี

- เวลาจะแต่งงาน คุณยังขออนุญาตพ่อแม่อยู่เลย

- ถ้ามีคนเอาคุณไปเปรียบกับสัตว์ เช่น ควาย สุนัข ตัวเงินตัวทองคุณจะโกรธมาก

- เวลาสั่งกับข้าว ถ้าคิดอะไรไม่ออก คุณจะสั่งผัดกะเพราะกับไข่ดาวโดยอัตโนมัติ

- คุณรู้ว่าหมาข้างถนนคือเจ้าพ่อประจำซอย และถ้าถูกมันไล่ คุณก็ไม่คิดจะยืนรอด่าเจ้าของมัน

- ชื่อของคุณยาวมาก จนชาวต่างชาติเรียกไม่ถูก

- คุณซื้อน้ำที่ใส่ถุงพลาสติกกินได้ โดยไม่กลัวเชื้อโรค

- เวลาตัวอิจฉาในละครกรี๊ดกร๊าดเสียงดัง ทำตาถลน หรือตบกันทั้งเรื่องเป็นอะไรที่อินมากสำหรับคุณ

- ต่อให้ของชิ้นนั้นราคาถูกแสนถูก แต่ยังไงคุณก็ต้องขอต่อหน่อยล่ะ

- เวลาเด็กเอาก๋วยเตี๋ยวมาเสริฟ คุณจะมองหาเครื่องปรุงทันที

- คุณไปทำงานสายประจำ.... แต่ไม่เป็นไร เพราะเจ้านายคุณก็สายเหมือนกัน

- หนังเรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร" มีผลต่อจิตใจคุณ มันทำให้คุณเห็นถึงความแตกแยก

- คุณหัวเราะให้กับมุกตลกคาเฟ่ทั้งหลาย

- เวลาทานแฮมเบอร์เกอร์ ถึงจะอิ่ม แต่คุณจะไม่สบายท้องเหมือนกินข้าว

- ถ้าพูดถึงการทำลายสถิติโลก คุณจะคิดถึงข้าวหลามที่ยาวที่สุดในโลกหอยทอดกระทะใหญ่ที่สุดในโลก ธูปที่ยาวที่สุดในโลก อะไรพวกนี้แหละ

- คุณไม่เคยคิดอยากลองขี่ควายเลย

- คุณจะรู้สึกเอ็นดูทันที ถ้าฝรั่งคนหนึ่งบังเอิญไหว้แบบไทยได้สวยอ่อนช้อย

- เวลาดูหนัง พอภาพในหลวงปรากฎขึ้นบนจอ คุณจะลุกขึ้นยืนโดยอัติโนมัติ

- สาวสวยไสตล์ที่ราบสูงซึ่งฝรั่งปลื้มกันนักหนา ไม่ใช่คนสวยในสายตาคุณ

- ถ้าได้ไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ลิ้นคุณจะแข็ง จนพูดไทยไม่ชัดแล้ว

- แต่ภาษาอังกฤษของคุณก็ไม่ชัดเหมือนกัน